เกร็ดความรู้ จุดกำหนดอาหารไทยฉบับชาววัง

เกร็ดความรู้  อาหารไทยที่มีการสั่งสมมากันอย่างทอดยาวนานอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบันซึ่งมีเอกลักษณ์ประจำชาติคือได้ว่าอาหารไทยนั้นเป็นวัฒนธรรมประจำชาติที่สำคัญของประเทศไทยอย่างหนึ่งที่ต่างชาตินั้นต่างชื่นชมรวมถึงรสชาติอาหารต่าง ๆ หรือว่าจะเป็น น้ำพริกปลาทูพร้อมกับเครื่องเคียงที่จัดมาเป็นชุดชุดที่โดดเด่นที่สุดอย่างที่เรารู้กันดีนั่นก็คือ ต้มยำกุ้ง โดยจุดเด่นของอาหารไทยนี้มีคนบริโภคข้าวเป็นอาหารหลักโดยจะนิยม 2 ชนิดขึ้นไปมีทั้งข้าวเหนียวและข้าวเจ้าตามพื้นภูมิภาคภาคอีสานและภาคเหนือนิยมกินข้าวเหนียวกันเป็นหลัก ส่วนภาคกลางกับภาคใต้นิยมกันกินข้าวเจ้า ประเทศไทยที่ผูกพันกันมาเป็นสายน้ำอย่างช้านานทำให้อาหารนั้นเป็นเครื่องประดับและครัวจะเป็นองค์ประกอบใหญ่ มีทั้งปลาย่างปลาปิ้งน้ำจิ้มแจ่วเกี่ยวกับผักสด ที่หาได้ตามลำคลองได้มีการหากินกันอย่างวิธีแต่ก่อนว่าจะเป็นปลาแห้งปลาเค็มนำเอามาแปรรูป โดยได้รับการฝึกหรือว่าเครื่องปรุงจากบาทหลวงชาวโปรตุเกส ในสมัยพระนารายณ์สวนอาหารประเภทผัดไฟแรงนั้นจะได้รับอิทธิพลมาจากชาวจีนที่อพยพมาอยู่ในเมืองไทย เกร็ดความรู้ ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์เมื่อมีงานเลี้ยง สัตว์ขายเป็นอาชีพและมีโรงฆ่าสัตว์จะต้องมีการหาเนื้อมารับประทานกันมากยิ่งขึ้นมีการใช้เครื่องเทศที่หลากหลาย เพื่อช่วยดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์และเนื้อปลาที่นำเอามาปรุงอาหาร โดยเครื่องเทศของไทยนิยมปรุงรสอาหารประเภทขิงกระชายที่ดับกลิ่นคาวของปลา มานานนำมาประยุกต์ใช้กับเนื้อประเภทวัวควาย เป็นชุดสูตรใหม่ของคนไทยได้อีกด้วย 

เกร็ดความรู้

เกร็ดความรู้ อิทธิพลอาหารจากต่างชาติ

โดยจุดกำเนิดของอาหารพร้อมกับการตั้งชนชั้นชาติที่มีการพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง เกร็ดความรู้ ในสมัยสุโขทัยจนถึงปัจจุบันจนมีการศึกษาเป็นเรื่องราวของอาหารแยกออกไปแต่ละประเภทที่เราเห็นในปัจจุบันนี้  โดยอาหารหลัก ๆ เริ่มต้นมาจากอาหารชาววังหรือว่ากับข้าวเจ้านายนั่นเองคืออาหารที่ประดิษฐ์คิดค้น โดยผู้คนแนวรั้ววังมีเอกลักษณ์ที่สำคัญนั่นก็คือความอุดมสมบูรณ์ความสดใหม่ของวัตถุดิบที่ จะมาเอาประกอบอาหารด้วยกรรมวิธี ในการทำที่ค่อนข้างจะซับซ้อนกันมีความประณีตที่จะต้องใช้เวลา และกำลังผู้คนในการทำนั้นไม่ง่ายเลย เพื่อลักษณะความแตกที่แตกต่างความวิจิตรบรรจง รวมถึงรสชาติให้ออกมานุ่มนวลไม่เผ็ดมากมีความกลมกล่อมเป็นหลักองค์ประกอบของอาหารชาววังแต่ละมื้อนี้ ต้องประกอบไปด้วยความหลากหลายอย่างในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการประกอบอาหารประเภทจะกลับอย่างน้อยที่สุด คือ 7 ประเภทคือ ข้าวเสวย เครื่องคาว เครื่องเคียง เครื่องเคียงแขก เครื่องเคียงจิ้มเครื่องเคียงเกาเหลา เครื่องเคียงหวานมัน มีครบรสคือ เปรี้ยว หวาน มัน เผ็ด เค็ม อาหารชาววังจะแตกต่างจากอาหารชาวบ้านก็คือจัดเป็นอาหารเป็นชุด หรือว่าเครื่องสำหรับนั่นเอง ซึ่งจะเหมือนกันกับอาหารแต่ละภูมิภาคที่รับประทานรูปแบบของอาหา รที่แตกต่างกันไปกินได้ง่ายในท้องถิ่นสัตว์ และปลาในตามลุ่มแม่น้ำที่แต่ละภาคจะไม่เหมือนกัน ในสมัยอยุธยาจะถือว่ายุคทองของไทย หรือว่าได้มีการติดต่อกับชาวต่างชาติมากยิ่งขึ้น ทั้งตะวันตกและตะวันออกมีการจดบันทึกในเอกสารของชาวต่างประเทศมีการพบว่าคนไทย กินอาหารแบบเรียบง่ายแต่ยังคงมีปลาเป็นหลักมีต้มแกง คาดว่ามีการใช้น้ำมันในการประกอบอาหารน้ำมันที่ได้มาจากมะพร้าวกะทิ ซะมากกว่าไขมันที่ได้มาจากสัตว์ นำมาประกอบอาหารอยุธยามีหนอนกะทิและวิธีทำหนังสือตัดต้นมะพร้าวและนำเอาหนอนที่อยู่ต้นนั้น มากินกะทิกลายเป็นอาหารชาววังขึ้นชื่อ

โดยคนไทยสมัยนี้มีการถนอมอาหารและการประยุกต์มากยิ่งขึ้นอย่างเช่น การนำเอาไปตากแห้งและทำให้ปลาเค็มและมีอายุยืนในการเก็บรักษามากยิ่งขึ้นรวมถึงเครื่องเทศแรงต่าง ๆ มีการประกอบขึ้นมาดับกลิ่นคาวปลา เกร็ดความรู้ เพื่อเป็นหลักฐานการบันทึกของบาทหลวงชาวต่างชาติที่แสดงให้เห็นว่าอาหารของชาติต่าง ๆ เมื่อเริ่มเข้ามาในสมเด็จพระนารายณ์ชื่นญี่ปุ่นโปรตุเกสจะมีเหล้าองุ่น และไวน์ต่าง ๆสำหรับอิทธิพลของอาหารจีนนั้นคาดว่า มีการเริ่มเข้ามาในยุคของกรุงศรีอยุธยาตอนปลายที่ไทยนั้นตัดสัมพันธ์ของชาวตะวันตก จึงกล่าวได้ว่าอาหารไทยในสมัยอยุธยาได้รับเอาวัฒนธรรมอาหารจากชาวต่างชาติ โดยมีการผ่านกรรมวิธีต่าง ๆ และมีประสานสัมพันธไมตรีทั้งทางด้านทูตทางด้านการค้าที่ปรากฏทางประวัติศาสตร์อาหารของชาวต่างชาติ ส่วนใหญ่มีการแพร่อยู่ในสำนักต่อมามีการกระจายสู่ประชาชนและกลุ่มคืนเป็นอาหารไทยในที่สุด 

สามารถติดตามข่าวสารสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่>>> arki-online