ชั้นบรรยากาศโลก (atmosphere) มีกี่ชั้น?

ชั้นบรรยากาศโลก ที่หมายถึงอากาศในสถานที่ต่าง ๆ ทั้งหมดส่วนที่ห่อหุ้มโลกโดยรอบ  ที่จะอยู่สูงกว่าผิวโลกขึ้นไปประมาณ 800 ถึง 1,000 กิโลเมตร ส่วนบรรยากาศส่วนมากจะมีความหนาแน่นในระดับต่าง ๆ และจะเจือจางลงเมื่อสูงขึ้น แรงดึงดูดของโลกที่มีต่อชั้นบรรยากาศทำให้บรรยากาศมีการเคลื่อนตัวไปยังที่ต่าง ๆ ตามการหมุนของโลกไปพร้อมกับพื้นโลก บรรยากาศที่ทำให้สิ่งมีชีวิตบนโลกนี้อยู่ได้ โดยเป็นแหล่งของออกซิเจนทั้งสิ้น สำหรับการหายใจของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์ และยังเป็นแหล่งคาร์บอนไดออกไซด์ที่ทำให้พืชนั้นใช้ในกระบวนการสังเคราะห์แสงพร้อมกับป้องกัน รังสี UV จากดวงอาทิตย์ไม่ให้มาถึงพื้นโลกอีกด้วย ทำให้เกิดสะเก็ดดาวถูกเผาไหม้ก่อนที่จะตกลงมาสู่พื้น และเป็นอันตรายแก่สิ่งแวดล้อมนั้นเอง  อากาศถึงเรานั้นเห็นอยู่ในบริเวณที่จำกัด ชั้นบรรยากาศโลก หรือว่าอากาศที่ถูกคุมอยู่บริเวณเนื้อที่ซึ่งสามารถที่จะกำหนดขอบเขตได้เอง เป็นส่วนที่อยู่เหนือตำแหน่งของผิวโลกอย่างเช่น  อากาศที่อยู่รอบ ๆ ตัวเราในห้องเรียนอากาศที่อยู่บริเวณรอบและชายฝั่งทะเลหรือว่าบนภูเขาบริเวณหุบเขา เป็นต้น 

ชั้นบรรยากาศโลก

ชั้นบรรยากาศถูกแบ่งชั้นออกทั้งหมด 5 ชั้น ดังนี้

โทรโพสเฟียร์Troposphere เป็นชั้นบรรยากาศที่อยู่ล่างสุดห่างจากพื้นดินเพียงประมาณ 10 กิโลเมตร เท่านั้น หรือว่า 33,000 ฟุต นั่นเองพี่จะมีลักษณะเด่นนั่นก็ คือ ชั้นบรรยากาศโลก อุณหภูมิที่เปลี่ยนไปตามความสูงโดย ลดลงตามระดับความสูงที่เพิ่มขึ้นอย่างยิ่ง ก็มีอุณหภูมิที่ต่ำลดลงในอัตราของ 6.5 องศาเซลเซียส ต่อ 1 กิโลเมตร หรือว่าจนกระทั่งความสูงประมาณ 12 กิโลเมตร จะมีอุณหภูมิที่คงที่อยู่ที่- 6องศาเซลเซียส ทำให้มีสภาพอากาศที่รุนแรงและแปรปรวน อย่างที่เราเห็นแล้วก็จะเกิดพายุและฝนตกบ่อย

•สตาโทสเฟียร์Stratosphere เป็นชั้นถัดจาก โทรโพสเฟียร์ที่มีความสูงถึงประมาณ 50 กิโลเมตร จากพื้นดินขึ้นไปจะมีอาการที่เบาบางไม่มีเมฆ และพายุมีความชื้นและฝุ่นผงมีปริมาณความเข้มข้นของโอโซนมากขึ้น ดูโอโซนจะช่วยดึงดูด และกลืนรังสี UV จากดวงอาทิตย์ไม่ให้ส่องลงไปยังพื้นโลกมากเกินไป นอกจากนี้ยังมีเครื่องบินเจ็ทที่ยังมีบินในช่วงรอยต่อระหว่างชั้นนี้ เนื่องจากสภาพอากาศที่สงบนิ่งนั้นเอง

ความรู้ของ ชั้นบรรยากาศโลก

ชั้นบรรยากาศโลก•มีโซสเฟียร์Mesosphere ที่อยู่ห่างจากพื้นดินประมาณ 85 กิโลเมตร ของอุกาบาตที่พึ่งชนสู่ชั้นบรรยากาศของโลกส่วนใหญ่จะถูกเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศนี้ ในขณะที่อุณหภูมิจะลดลงตามความสูงยิ่งสูงเท่าไหร่บรรยากาศจะหนาวเท่านั้น และความหนาวที่สุดจะอยู่ประมาณ- 90องศาเซลเซียส ที่อยู่บริเวณช่วงบนของชั้นบรรยากาศจะมีอากาศที่เบาบาง

เทอร์โมสเฟียร์ Thermosphere ที่อยู่ถัดจากชั้นของ มีโซสเฟียร์ขึ้นไปจะมีความสูงจากพื้นดินประมาณ 85 ถึง 500 กิโลเมตรอุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนถึงระดับ 100 กิโลเมตร  เนื่องจากจะอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่า 3 ชั้นแรก  จากนั้นอัตราการเพิ่มอุณหภูมิจะลดลงอย่างรวดเร็วโดยภูมิชั้นในจะอยู่ที่ 500 ถึง 2,000 เซลเซียส ซึ่งอากาศในนี้มีแก๊สชนิดต่าง ๆ ที่พร้อมจะเป็นจุดไฟฟ้าที่เรียกว่าไอออน มีความสามารถสะเทือนคลื่นวิทยุบางชนิดมีประโยชน์ ในการสื่อสารและกรองรังสีต่าง ๆ อย่างเช่น รังสีเอกซ์ รังสี UV  นอกจากนี้ยังมีดาวเทียมจำนวนมากที่จะโคจรรอบโลก อยู่ในชั้นบรรยากาศของเทอร์โมสเฟียร์

•เอกโซสเฟียร์ เป็นชั้นบรรยากาศที่อยู่สูงที่สุดของผิวโลกตั้งแต่ 500 กิโลเมตรชั้นบรรยากาศโลก ขึ้นไปที่ไม่มีขอแยกชั้นอย่างชัดเจนระหว่างชั้นบรรยากาศและอวกาศ  องค์ประกอบส่วนใหญ่จะเป็นก๊าซไฮโดรเจนและฮีเลียม 

ประโยชน์ของชั้นบรรยากาศ หรือว่า บรรยากาศที่เรานั้นมองไปยังของโลก จะเห็นได้ว่ามีอากาศเป็นแผ่นสีฟ้าบาง ๆ หุ้มอยู่หรือไปอย่างกลุ่มของก้อนเมฆสีขาวซึ่งเกิดจากน้ำในบรรยากาศ เมื่อเราเทียบกับชั้นบรรยากาศที่นาแล้วเพียงไม่กี่ร้อยกิโลเมตร กับมีรัศมีของโลกซึ่งยาวถึง 6,353 กิโลเมตร ทั้งนี้ทั้งนั้นยังมีการเปลี่ยนแปลงเป็นจำนวนมากค่ะมีภูเขาฟังลูก 1 ระเบิด  ขึ้นไปยังชั้นบรรยากาศแล้วเกิดกระแสลมที่ปลิวไปยังภูเขาลูกอื่นปลิวไปทั่วโลก  หากมีการเปลี่ยนแปลงกิจกรรมในพื้นผิวโลกเราก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบต่าง ๆ ทางเคมีในชั้นบรรยากาศอีกด้วยซึ่งจะตามมา ถึงการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของโลกร้อน และรูโอโซน

สามารถติดตามข่าวสารสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ คลิก>>> arki-online

ประโยชน์ของผลไม้ -เรื่องกล้วย ๆ ที่ควรรู้

ประโยชน์ของผลไม้  กล้วยน้ำมีประโยชน์ต่อร่างกายของเรามากเป็นที่นิยมในคนไทยสมัยก่อน มาอย่างช้านานยังเกิดประโยชน์ต่อร่างกายในหลาย ๆ ด้าน ทั้งคุณประโยชน์ต่อร่างกายที่เราคาดไม่ถึงกันเลยทีเดียว กล้วยสามารถแบ่งออกได้หลายชนิด และมีประโยชน์ที่แตกต่างกันแต่ว่าบริบทโดยรวมจะคล้ายคลึงกัน เป็นผลไม้พื้นถิ่นที่สามารถพบได้ง่ายในประเทศไทยรวมถึงประเทศที่มีเขตร้อนชื้นในทั่วโลกมีหลากหลายสายพันธุ์โดยเฉพาะประเทศไทย ก็มีอยู่หลายร้อยชนิดเช่นกัน ที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีนั่นก็ คือ 

กล้วยหอมทอง เป็นกล้วยชนิดนี้เครือใหญ่ผลยาวเรียว และมีลักษณะที่ใหญ่กว่ากลุ่มอื่น ๆ มีกลิ่นที่หอมเนื้อนุ่มเมื่อสุกแล้วมีรสหวานจึงมักที่จะรับประทานเป็นผลไม้สดๆ

กล้วยตานี เป็นกล้วยอีกชนิดหนึ่งที่ไม่นิยมรับประทานผลสูงเนื่องจากว่าแก่แล้วจะมีเม็ดจำนวนค่อนข้างมากนิยม 

ประโยชน์ของผลไม้ ให้เนื้อนำไปแกงในส่วนที่เป็นผลอ่อน หรือว่านำปีและหยวกกล้วยมารับประทานสะส่วนมาก

กล้วยไข่ เป็นกล้วยป่าที่มีชนิดที่เล็กที่สุดพร้อมกับกลิ่นหอม เมื่อสุกแล้วจะมีรสชาติหวานเป็นจำนวนมากว่ากลุ่มนี้ ยังมีขั้วหรือมือนางหรือว่ากล้วยของดีด้วย 

กล้วยน้ำว้า กล้วยชนิดนี้มักเกิดขึ้นที่มีขนาดใหญ่มากมีแป้งมากเมื่อสุกแล้วไม่หวานจึงไม่นิยมรับประทานผลสุก แต่จะนำ มาประกอบอาหารนั่นก็ คือ ทำเป็น กล้วยเชื่อม กล้วยบวชชี กล้วยปิ้ง 

ประโยชน์ของผลไม้

ประโยชน์ของผลไม้ ชั้นดี

คุณประโยชน์ของกล้วยมีมากมายแต่ก็รับประทานกล้วยแบบ

ซ้ำ ๆ แบบเดิม ๆประโยชน์ของผลไม้ อาจจะน่าเบื่อเราจึงนำเอาผลิตภัณฑ์ที่เป็นกล้วยนำมาปั่นก็รับประทานเป็นอาหารสุขภาพที่ทานง่าย อย่างเช่น 

กล้วยอบแห้ง ทำการเปิดรูปที่พยายามคงคุณค่าทางโภชนาการของกล้วยเอาไว้ด้วยด้วยการนำเอาน้ำออกไป เพื่อเป็นการรักษาได้นานยิ่งขึ้นจึงเป็นอาหารที่รับประทานได้ง่ายมีคุณค่า และเก็บการรักษาได้ยาวนานที่สุดมากกว่ากล้วยสุก

กล้วยดองน้ำผึ้ง เป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกล้วยที่มีคุณประโยชน์ของน้ำผึ้งช่วยในการยืดหยุ่น การเก็บรักษาอาหารเนื่องจากจะได้ผลประโยชน์ของกล้วยแบบเต็ม ๆ  แล้วยังได้รับประโยชน์จากน้ำผึ้งเพิ่มในการดีท็อกของร่างกายรวมถึงแบ่งโปรไบโอติกชั้นดี 

สมูทตี้ผสมกับโยเกิร์ต ที่เราต่างเรียกกันว่าสมูทตี้โยเกิร์ต นำมาเป็นเมนูเพื่อสุขภาพที่หาวัตถุดิบได้ง่าย ๆ อยู่ข้างกายแต่เมนูนี้จะรักษาคุณประโยชน์ของกล้วยเอาไว้อย่างดีคงความอร่อย เพิ่มความชุ่มชื่นให้กับร่างกายได้ทันทีส่วนประกอบจะมี กล้วยหอม โยเกิร์ต น้ำแข็งเพียงเท่านั้นหากใครชื่นชอบรสหวาน แนะนำให้เพิ่มน้ำผึ้งตามใจชอบได้แต่เอามาปั่นรวมกันเป็นเครื่องดื่มสมูทตี้ อันที่มีพลังงานสูงต่อระบบกับใครเลยทีเดียว

นอกจากนี้ก็ยังอุดมไปด้วยสายใยอาหาร และกากอาหารและวิตามินซีและแร่ธาตุนานาชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ที่เรานั้นต้องการอย่างเช่น ธาตุเหล็ก ธาตุโพแทสเซียม คาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 วิตามินซี และ วิตามินเอ เป็นต้น 

ประโยชน์ของผลไม้

ประโยชน์หลักๆของการรับประทานกล้วยมีดังนี้

•ช่วยให้คุณควบคุมอาหารในร่างกายให้เป็นปกติไม่รู้สึกหิวง่ายขณะทำงานระหว่างวันให้ถึงมื้อเที่ยง ทั้งยังช่วยลดกลิ่นปลาได้ดีได้ระดับหนึ่งควรรับประทานหลังตื่นนอนเข้าไปทันทีแล้วค่อย แปรงฟันอย่าลืมดื่มน้ำเปล่าหลังจากตื่นนอนด้วย 

•หากผู้ใดที่กำลังเป็นโรคความดันโลหิตสูง หรือว่าเส้นเลือดฝอยแตกง่ายแนะนำให้ รับประทานกล้วยเข้าไปเพื่อรักษาความดันโลหิตสูงและเส้นเลือดฝอยได้ยิ่งขึ้น 

•สำหรับผู้ที่เป็นโรคกระเพาะ หรือกระเพาะอักเสบการรับประทานกล้วยเข้าไปบ่อย ๆ ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีเพราะว่ามีสภาพเป็นกลางมีความนิ่มและเส้นใยที่ค่อนข้างสูง 

•กล้วยก็ยังสามารถที่จะนำเป็นมาร์คหน้าได้เหมือนกันช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว และร่างกายช่วยลดความหยาบกร้านของผิวด้วยวิธีง่าย ๆ ทำให้ลดต้นทุนที่ประโยชน์ของผลไม้  แค่บดให้ละเอียดแล้วค่อยเติมน้ำผึ้งลงไป 2 ช้อนคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วนำมามาร์คไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออก

สามารถติดตามข่าวสารสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ คลิก>>> arki-online

พื้นฐานทัศนคติที่ดี ต่อสังคมในปัจจุบันต้องการ

พื้นฐานทัศนคติที่ดี   เริ่มต้นจากการประเมินตัวเองก่อนว่าเป็นคนประเภทไหนก็รู้ว่าคุณนั้นตรงกับชีวิตประจำวัน  ไปในทิศทางเดียวกันคุณสมบัติของคนขององค์ก่อน แต่มีทัศนะคติที่ติดลบแน่นอนว่าการทำงานร่วมกันจะค่อนข้างยาก รวมทั้งความรู้สึกและทักษะในการอยู่ร่วมกับสังคมภายนอก  พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเกี่ยวกับส่วนรวมจะแย่ลงดังนั้นด้วยพื้นฐานจะต้องมีความเข้าใจซึ่งกันและกัน  การมีทัศนคติที่ดีมากเป็นคนที่เข้าใจผู้อื่นได้ง่ายรวมถึงพฤติกรรม  

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไม่ดีให้คนที่อยู่รอบข้างไม่ชอบพฤติกรรมเหล่านั้น     ทั้งผู้ที่เป้นฝ่ายรับอารมณ์ยังปฏิบัติต่อคนเหล่านั้นด้วยความใจเย็นและเข้าใจด้วย  ไม่ใช่เอะอะที่จะต่อว่าคนอื่นหรือพูดจาวิจารณ์ต่อหน้า

ควรพิจารณาทั้งที่เราไม่เข้าใจเข้าเลยว่าทำไมถึงแสดงออกแบบนั้น พร้อมที่จะเปิดใจและเข้าใจมุมมอง ของบุคคลอื่นที่มีทัศนคติที่ดีจะเป็นคนที่ไม่แสดงอีโก้และตัวตนของตัวเองอย่างชัดเจนเมื่อคนอื่นทำที่แสดงพฤติกรรมหรือว่าพูดจาไม่เข้าหูมักจะเป็นคนถูกมองว่าคนนั้นผิดไม่ดีไม่น่าคุยด้วยบางทีก็หาว่าเป็นมนุษย์ป้าจอมประสาท   ไม่เคยมองกลับถึงตนเองว่าตัวเองเป็นอย่างนั้นจริง ๆ งั้นหรอ?  คนนี้จัดได้ว่ามีทัศนคติที่ไม่ดี  

พื้นฐานทัศนคติที่ดี

พื้นฐานทัศนคติที่ดี สร้างได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเรา

พื้นฐานทัศนคติที่ดี รวมถึงมีพฤติกรรมที่ชอบจับผิดตลอดเวลาโดยที่คนเรานั้นไม่ได้อยู่ในสถานการณ์เดียวกันหรือสิ่งแวดล้อม ของอีกฝ่ายจึงไม่เข้าใจเธอมุมของคนอื่น  คนที่มีทัศนคติที่ดี ๆ กับเป็นคนที่เข้าใจมักมองกลับไปทำความเข้าใจ ยอมรับความคิดและมุมมองความเชื่อรวมถึงความคิดที่แตกต่างกัน และหันกลับมามองตัวเองว่าถ้าตัวเองมีจุดบกพร่องตรงไหนต้องแก้ไขเช่นกัน ไม่ใช่มัวแต่ชี้นิ้วออกไปให้คนอื่นแก้ไขโดยที่ตัวเองไม่เคยลงมือทำเลย  ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ส่วนตัวอย่างเช่นเหตุผลในการทำงานการพูดคุยกันมากกว่า การใช้อารมณ์เข้าหากัน ระหว่างการทำงานจะใช้หลักการคุยสะมากกว่า ไม่ใช่พอเพื่อนร่วมงานหัวหน้ามาพูดจาไม่เข้าหูก็มีพฤติกรรมที่ไม่ถูกใจ ทำท่าทีสีหน้าและท่าทางไม่เหมาะสมจนทำให้คนอื่นละอายไปตาม ๆ กัน 

บางคนถ้าเป็นเอามาก ๆ ก็ไม่อยากมีใครที่จะทำงานด้วยบางครั้งการทำงานก็ต้องทำร่วมกันเป็นทีมแต่ไม่อยากที่จะพูดคุยในกระทั่งร่วมโต๊ะอาหาร 

หากเราเจอคนที่ทัศนคติที่ไม่ดี พื้นฐานทัศนคติที่ดี ไม่มีการปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นแนะนำให้หลีกเลี่ยงและเราต้องเป็นคนคิดบวกอยู่เสมอเวลาที่พบเจอปัญหาหรืออุปสรรคต่าง ๆ ให้มองโลกในแง่ดีไว้ก่อนมุมมองที่ดีมากจะพลิกผันโอกาสเข้ามาหาเราอยู่เสมอ เพราะใครที่มีอารมณ์ดีสดใสจะดึงดูด  คนที่ทัศนคติที่ดีเข้ามาอยู่เหมือนกัน 

การปรับเปลี่ยนทัศนคติ คือ

1. การยินยอมบุคคลที่สามารถยอมรับสิ่งที่มีอิทธิพลต่อตัวเขาและมุ่งหวังที่จะได้รับความพึงพอใจของบุคคลเหล่านั้น ให้เป็นที่ยอมรับรวมถึงการตัดสินใจก็ทำตามสิ่งที่อยากให้เขากระทำนั้น ไม่ใช่บุคคลที่เห็นแก่ตัวต่อสิ่งนั้นแต่เป็นเพราะคาดหวังที่จะได้ รับรางวัล หรือว่าการยอมรับตัวหน่วยงานและคนในทีม

2. ต้องการที่จะเปลี่ยนแปลง  ภายในของค่านิยมและพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปในลักษณะที่สอดคล้องกับค่านิยมบุคคลที่อยู่ที่เดิม  การอยู่กับที่พร้อมกับพฤติกรรมนั้น ๆ พื้นฐานทัศนคติที่ดี รวมถึงการเปลี่ยนแปลงความคิดพฤติกรรมไม่กระทบต่อบุคคลและสภาพแวดล้อม

3.การเลียนแบบ หรือว่าสิ่งกระตุ้นซึ่งได้รับมาจากบุคคลรอบข้างต้องการที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีอะไรสร้างความพึงพอใจให้กับตัวเองและผู้อื่น

สภาพแวดล้อมเหล่านี้เป็นกระบวนการสื่อสารหรือว่าคุณสมบัติของผู้ส่งสารที่ได้รับเป็นช่องทาง ในการสื่อสารล้วนแล้วแต่มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีทั้งสิ้นขึ้นแล้ว แม้จะจะมีการปรับเปลี่ยนในทางที่ดี ก็สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองในทางที่แย่ได้เหมือนกัน เพียงแค่จะมีการเปิดใจยอมรับสิ่งใหม่ และข้อตำหนิได้หรือไม่?ทำให้เกิดการยอมรับสิ่งใหม่ๆที่ดี อย่างเช่น ความสัมพันธ์   ค่านิยม   บุคคลรอบข้าง

สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่  Click>>> levitra4u

เกร็ดความรู้ การอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย

เกร็ดความรู้ การอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยเริ่มง่ายที่ตัวเราการอนุรักษ์วัฒนธรรม เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้เริ่มต้นจาก วัตถุสิ่งของ อาหารการกิน รวมถึงการใช้ชีวิตและกิริยาท่าทาง อย่างการเรียนรู้ประเพณีทางศาสนาจะนับถือ ศาสนาพ่อแม่ปู่ย่าตายายเดียวกันหรือไม่การพยายามศึกษาประเพณี และศาสนาจะช่วยทำให้เราไม่เข้าใจวัฒนธรรมมากขึ้น พฤติกรรมของบุคคลที่เกี่ยวข้องกันมาตั้งแต่ภาษา ประวัติศาสตร์ การทำความรู้จักของคนคุ้นเคย ทั้งคำสอนตามพิธีกรรมต่าง ๆ ที่ไม่มีผู้ชี้แนะ ได้อย่างชัดเจนเหมือนเมื่อก่อนบางคำสอนจะอยู่ในหนังสือที่เกี่ยวกับคำสอนทางศาสนา ไม่มีการสอนตัวต่อตัวยกเว้นในห้องเรียน  โดยนักวิทยาศาสตร์ได้วิจัยออกมาแล้วว่าเมื่อเราพูดเป็นภาษาบ้านเกิดหากมีเพื่อนคนใดคนหนึ่งอยู่ท้องถิ่นเดียวกันกับเราจะ เดินเข้ามา และพูดในภาษาท้องถิ่นเดียวกันภายใต้ภาษานั้นจะมีอิทธิพล ต่อการรับรู้ถึงความรู้สึกและสิ่งต่าง ๆ บนโลกใบนี้   มีหลายภาษาที่เสี่ยงต่อการสูญหาย เพราะฉะนั้นเราอย่าลืมถ่ายทอดภาษา

เกร็ดความรู้ วัฒนนธรรมท้องถิ่น

เกร็ดความรู้ ท้องถิ่นหรือว่าบ้านเกิดให้กับผู้อื่นหรือคนที่รู้จักให้รับรู้  เป็นการแบ่งปันความรู้อย่างหนึ่ง รวมถึงทัศนคติที่อาจจะสูญหายถ้ามีโอกาสแนะนำให้บันทึกภาษาหรือว่าเขียนไดอารี่ไว้เป็นเล่มเล็ก ๆ แล้วก็แปลภาษาอื่นเพื่อมีการแพร่กระจายทางวัฒนธรรม 

การอนุรักษ์วัฒนธรรมภูมิปัญญาของไทยนั้นไม่ใช่หน้าที่คนใดคนหนึ่งแต่เป็นหน้าที่ของทุกคน ในกลุ่มคนรุ่นใหม่อาจจะมีการค้นคว้าการวิจัยในการศึกษา และเก็บรวบรวมความรู้ข้อมูลให้ได้มากที่สุดจัดทำขึ้น เป็นโครงการหรือว่ารายงาน เพื่อเป็นแนวทางในการมุ่งเน้นการศึกษาให้ความรู้ความเป็นมาถึงในอดีตสู่สังคมในปัจจุบัน 

ทั้งยังได้เปรียบเทียบถึงการเปลี่ยนแปลง เกร็ดความรู้ การอนุรักษ์โดยการปลูกจิตสำนึกของคนในท้องถิ่น ให้ตระหนักถึงคุณค่าและสาระความรู้ทางภูมิศาสตร์ปัญญา เพื่อเป็นการส่งเสริมในการจัดกิจกรรมประเพณีสร้างจิตสำนึกให้กับคนในท้องถิ่นนั้น ๆ ควรแก่การอนุรักษ์สิ่งของที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นพร้อมกับสนับสนุนพิพิธภัณฑ์ หรือว่าสถานที่สำคัญของคนในชุมชนเพื่อแสดงชีวิต และความเป็นมามันเป็นการสร้างความภาคภูมิใจให้กับชุมชนนั้น ๆเป็นอย่างมาก 

รวมไปถึงความร่วมมือของคนในชุมชนถึงการฟื้นฟูการสร้างสรรค์ภูมิปัญญาที่กำลังจะสูญหายไปแล้ว นำเอามาปรับปรุงและรักษาให้มีคุณค่าและความสำคัญต่อการดำรงชีวิตในท้องถิ่น

เกร็ดความรู้

โดยเฉพาะพื้นฐานทางคุณธรรมค่านิยมพื้นฐานทางจริยธรรม   หากมีการร่วมมือของคนในชุมชนแล้วต่อไป เกร็ดความรู้ ควรเริ่มการสร้างสรรค์อย่างจริงจังอย่างการพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้เหมาะสมกับยุคสมัยที่เกิดและใช้ประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตในประจำวัน โดยการใช้พื้นฐานของคนในครอบครัวรวมถึงการพัฒนาอาชีพ ทางด้านวิทยาศาสตร์ข้อดีหยิบมาใช้และเทคโนโลยีเพื่อต่อยอดต่อการผลิต จากการถ่ายทอดรุ่นต่อรุ่นใหม่พร้อมเหตุและผลอย่างรอบคอบและรอบด้านเป็นการถ่ายทอดให้คนในสังคมรุ่นใหม่ ได้รับรู้การเกิดความเข้าใจและตระหนักถึงคุณค่าและประโยชน์ทำให้มีการปฏิบัติตามอย่างเหมาะสม

โดยผ่านกระบวนการของสถาบันทาง ครอบครัว สถาบันการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรม และสถาบันการศึกษาทั้งภาครัฐเอกชน  รวมถึงการส่งเสริมกิจกรรมสนับสนุนให้คือเครือข่ายการศึกษาและจัดตั้งโครงการขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อเผยแพร่และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมแต่ละภาคภูมิปัญญาวัฒนธรรมอย่างกว้างขวางโดยการฝึกวิธีการต่าง ๆ  สิ่งที่บันทึกไว้ที่กล่าวข้างต้นนั้น เลยให้เราพยายามอนุรักษ์วัฒนธรรมไว้ด้วยตนเองพร้อมกับการถ่ายทอด ในอนาคตของคนรุ่นใหม่ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางด้านการเมืองทางสังคม สิ่งที่เราค้นคว้ามาสามารถช่วยให้ผู้คนเข้าใจ เกร็ดความรู้ และค่านิยมหลักของวัฒนธรรมเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนที่อยากจะรักษาวัฒนธรรม ให้เจริญงอกงามต่อไป  ทั้งนี้การยอมรับในความเปลี่ยนแปลง มีคนพูดว่าจงรักษาวัฒนธรรมให้อยู่ได้นานที่สุดก็ดูจะเหมือนว่าทำได้ยาก เพราะใกล้จะสูญหายหรือต้องได้รับการอนุรักษ์ แต่การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วมันไม่ใช่เรื่องที่เลวร้ายทั้งหมดเพราะสภาพแวดล้อม เราพร้อมที่จะปรับตัวส่งรูปที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาวัฒนธรรมที่ปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดก็เช่นกัน

สามารถติดตามข่าวสารสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ Click>> levitra4u

สายพันธุ์สุนัข 3 สายพันธุ์ที่น่าเลี้ยง

สายพันธุ์สุนัข กับ 3 สายพันธุ์ที่น่าเลี้ยง เอาใจคนที่ชอบเลี้ยงน้องหมา ซึ่งหลายท่านก็คง กำลังที่จะมองหา น้องหมาเพื่อเข้า มาเป็นสมาชิกในครอบครัว แต่ก็ยังไม่ทราบว่า จะเลือกเป็นสายพันธุ์ไหนดี วันนี้ เราจึงได้รวบรวม ข้อมูลมาให้ท่าน ได้ศึกษา และเพื่อเป็นแนวทางในการ เลือกดูน้องหมาที่ชื่นชอบได้ด้วย ดังนี้

สายพันธุ์สนัข
  1. สายพันธุ์สุนัข ปอมเมอเรเนี่ยน ( Pomeranian )

อันดับหนึ่ง น้องหมาสุดน่ารักสายพันธุ์สุนัข ปอมเมอเรเนี่ยน ( Pomeranian ) โดยมีถิ่นกำเนิด มาจากประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นสุนัขพันธุ์เล็ก ที่กำลังมาแรง และได้รับความนิยมมาก เพราะขึ้นมาจากอันดับ 3 เมื่อปีที่แล้ว และด้วยความที่ ตัวเล็กกะทัดรัด มีขนฟูนุ่ม สวยงาม และมีใบหน้าที่แหลมเล็ก จึงทำให้หลายคน ต่างหลงใหล ในความน่ารักของมัน โดยลักษณะทั่วไป จะมีความสูงโดยเฉลี่ย ที่ไม่เกินฟุต หรือสูงประมาณ 20 เซนติเมตร หัวกลม ใบหน้ามีความคล้ายกับ สุนัขจิ้งจอก ที่มีปากเรียวแหลม ส่วนหัว และใบหน้านั้น มีขนสั้น ดวงตากลมโต 

และโปนเล็กน้อย ใบหูเล็ก และเป็นรูปสามเหลี่ยมตั้งตรง เหมือนหูหมี และมีความชิดกัน จมูกสีดำกลม ขนยาวฟูฟ่องทั่วลำตัว ส่วนสีขนจะมี สีดำ โกโก้ แดง ส้ม ขาว และเหลือง และในบางตัวก็มีหลายสีปนกันอยู่ โดยขนทั้งตัว จะปกคลุม ไปด้วยขนยาว ดก และมีฝ่าเท้านิ่ม ขนตรงบริเวณหาง เป็นพวงโค้ง และเป็นวงกลมออกมาด้านข้าง ซึ่งนอกจากความน่ารักของมันแล้ว มันยังสุนัขที่มีความฉลาด ซื่อตรง และร่าเริง มีปฏิภาณไหวพริบดีเป็นเลิศ และขี้ประจบ นอกจากนี้ จุดเด่นที่ทำให้ ใครเห็นเป็นต้องหลงใหล แต่ขณะเดียวกัน ความเล็กของหมาพันธุ์นี้ ก็มักส่งผลต่อการ ขยายพันธุ์ที่มีความบาก 

ราคาจำหน่ายอยู่ ( ระดับการเลี้ยงเล่น 8,000 – 20,000 บาท )

( ระดับเข้าประกวด 20,000 บาทขึ้นไป )

สายพันธุ์สนัข
  1. สายพันธุ์สุนัขโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ ( Golden Retriever )

สายพันธุ์สุนัขโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ ( Golden Retriever )

มีถิ่นกำเนิดมาจาก ประเทศอังกฤษ ซึ่งได้รับการพัฒนา สายพันธุ์มามากกว่า 200 ปี เป็นสุนัขขนาดกลาง ที่มีความสูงราว 23 – 24 นิ้ว มีน้ำหนักที่ 60 – 70 ปอนด์ และมีสีหลายระดับสีเลยทีเดียว ซึ่งโดยทั่วไปมักจะออกเป็น สีครีมถึงสีเหลือง จนไปถึงสีแดงมะฮอกกานี และเป้นสุนัขที่มีลักษณะ หัวกว้าง และมีช่วงปากที่แข็งแรง ดวงตาเป็นสีน้ำตาล ใบหูค่อนข้างใหญ่ เป็นรูปสามเหลี่ยม ที่ปรกลงมาด้านข้าง ส่วนขนมี 2 แบบ คือแบบเรียบ และแบบลอน ขาหน้าตรงมีความแข็งแรง บริเวณเท้ามีความกลม คล้ายเท้าของแมว และลักษณะของหางจะ ชี้ตรงระดับเดียวกับหลัง 

ส่วนขนของบริเวณหาง จะมี่ความยาว และหนา ซึ่งนอกจากความสวยงามของขน ที่มีความมันวาวแล้ว ที่ทำให้สุนัขสายพันธุ์นี้ ได้รับความนิยมอย่างมาก สายพันธุ์นี้ ก็ยังได้รับ สมญานามว่า เป็นหมาใจดี เพราะบ่อยครั้ง ที่ภาพความผูกพัน ระหว่างเจ้าของ กับเจ้าตูบนี้ กับพวกเด็กๆ ก็มักให้เราเห็นอยู่ บ่อยครั้ง ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะ มันมีลักษณะนิสัย ที่เป็นมิตร และมีความสุภาพเป็นเลิศ ใจดี ซื่อสัตย์ มีความสามารถพิเศษ ในการจดจำใบหน้า และง่ายต่อการฝึกฝน 

ราคาอยู่ที่ประมาณ ( ระดับเลี้ยงทั่วไป หรือสุนัขบ้าน 3,000 -6,000 – 15,000 บาท )

( ระดับเลี้ยงประกวด 15,000 บาทขึ้นไป )

สายพันธุ์สนัข ที่น่าสนใจ
  1. สายพันธุ์สุนัขชิสุ ( Shih Tzu )

สายพันธุ์สุนัข ชิสุ ( Shih Tzu ) มีต้นกำเนิดจากประเทศจีน และได้ชื่อว่าเป็น สุนัขพันธุ์ราชสีห์ เพราะมีขนแผงคอ ที่ดูเหมือนสิงโต และมีท่าทางเดิน และการเคลื่อนไหวที่มีความ สง่างาม เมื่อโตเต็มที่ จะมีน้ำหนักไม่เกิน 18 ปอนด์ และมีความสูงประมาณ 9 – 10.5 นิ้ว รูปร่างเล็ก แต่มีขนยาว พันธุ์นี้มีความฉลาด เป็นมิตร มีเสน่ห์ ไม่ดุร้าย ไม่เจ้าอารมณ์ เหมาะกับการนำไปเลี้ยงในบ้านทุกชนิด ราคาอยู่ที่ประมาณ ( ระดับประกวด 15,000 บาทขึ้นไป ) ( ระดับเลี้ยงเล่น 3,500 – 15,000 บาท )

ติดตามข่าวสาร และเนื้อหาสาระสำคัญต่างๆ ได้ที่ >> levitra4u

สาระน่ารู้ ผิวหนัง SKIN

สาระน่ารู้ ผิวหนังเป็นอวัยวะทมี่ใหญ่ที่สุด ที่มีความสำคัญในการห่อหุ้มอวัยวะภายใน มีความหนาโดยเฉลี่ย 2 มิลลิเมตร

ที่บางที่สุดคือ บริเวณรอบดวงตาประมาณ 0.5 มิลลิเมตร และส่วนที่น่าที่สุดของผิวหนังนั้นก็คือบริเวรหลังเท้า ประมาร 4.5 มิลลิเมตร ถ้าเกิดว่าเรานั้นไม่มีการปกคลุมด้วยผิวหนังนั้นมนุษย์จะกลายเป็นเหมือนศพที่สามารถจะเดินได้ นั้นก็ไม่มีใครที่จะต้องการให้เป็นแบบนั้น

สาระน่ารู้

เพราะผิวหนังนั้นเป็นตัวที่คอยกั้นอวัยวะเราจำภายนอกเป็นการกันเชื้อโรค แบคทีเรียให้เข้าสู่ร่างกาย รวมไปถึงความร้อนและความเย็น จากการกระทบการสูญเสียน้ำที่ออกไปจากร่างกายเรา หน้าที่สำคัญที่รับรู้สัมผัสทั้งหนักเบา ได้ทำการส่งข้อมูลเป็นระบบไฟฟ้าของระบบประสาทให้กับร่างกายด้วยการแปลรหัสได้ด้วยตนเอง

สาระน่ารู้ ของชั้นผิวหนัง

สาระน่ารู้ผิวหนังมีอยู่ 3 ชั้นคือ

  1. หนังกำพร้า คือชั้นหนังแท้เป็นเซลล์ผิวหนังบริเวณนอกสุด ที่สามารถจะลอกด้วยคราบขี้ไคลได้ตลอดเวลา ผิวหนังมีลักษณะที่บางมาก ประมาณแผ่นกระดาษ 0.4 มม. ประกอบด้วยเซลล์รูป 4 เหลี่ยมแบน ๆ แต่ชั้นล่างสุดของหนังกำพร้านั้น เป็นฐานของหนังกำพร้ามีรุปร่างที่เป็นวงกลม  โดยหนังกำพร้านั้นไม่มีหลอดเลือด ต้องอาศัยหนังแท้ที่อยู่ใต้ลงไปอยู่ในการส่งอาหารขึ้นมาเพื่อรับของเสียกกลับไป หนังกำพร้านั้นระยะแรกเริ่มมีระยะที่เป็นรูปร่างที่กลมอยู่ตอนล่างสุด จนเป็นชั้นนอกผิวหนังจึงทำให้แบนเพราะการอัดแน่น  เซลล์ผิวกำพร้าด้านล่าง มีการแบ่งตัวตลอดชีวิตของมัน มีผู้ที่ประมาณว่าอาจจะอยู่ถึง 120 ปี โดยวัดจากผลเฉลี่ยการแบ่งตัว เมื่อเรานั้นอายุเพิ่มมากขึ้นการแบ่งตัวของเซลล์ชั้นนอกนั้นจะลดน้อยลง อาจจะมีการแบ่งตัวทุก 6สัปดาห์ ที่ไม่เหมือนกันเหมือนก่อนที่มีการแบ่งตัวทุกสัปดาห์
สาระน่ารู้
  1. หนังแท้ เซลล์ที่มีชีวิตหนา ๆ อยู่ชั้นใต้หนังชั้นนอกประกอบด้วยเส้นเลือดปลายประสาทเส้นประสาทต่อมเหงื่อ มาช่วยเพิ่มความแข็งแรง ให้กับความหนาแน่นของผิวหนัง  ทั้งยังช่วยในเรื่องการแพร่กระจายของออกซิเจนไปยังผิวหนังชั้นนอก ยังมีแอนติบอดี้ ชั้นหนังแท้ที่ลึกและหนาคือ ผิวหนังที่อยู่นอกตาข่าย มันมีเส้นใยคอลลาเจนสาระน่ารู้ เป็นเส้นใยอีลาสติน หลอดเลือด หลอดเลือดแดง ปลายประสาท ไฟโบรบลาสต์ และแมคโครฟาจ เมทริกซ์
  • ชั้นใต้ผิวหนัง เป็นชั้นใต้ไขมันโดยประกอบด้วยเซลล์ไขมันเป็นหลัก ความหนาของผิวหนังขึ้นอยู่กับความหนาของไขมัน ชั้นนี้มีหน้าที่ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายโดยตรง ช่วยลดแรงกระแทกจากภายนอก ไขมันจะมีมากใน

ส่วนของสะโพก เอว ต้นขา  ที่มีเนื้อเยื่อที่คล้ายกันกับพังผืดแทรกอยู่ทำการดึงผิวหนังที่เป็นร่อน ๆ

ความสำคัญของหนังแท้ หนังกำพร้าและชั้นใต้ผิวหนัง ช่วยปกป้องโครงสร้างของร่างกาย ไม่ให้รับอันตราย สาระน่ารู้ขับของเสียออกจากร่างกาย อย่างเหงื่อ ช่วยรักษาอุณหภูมิให้ร่างกายนั้นสมดุลไม่ร้อน ไม่หนาวจนเกินไป ทำการขับไขมันออกหล่อเลี้ยงเส้นผม และขนให้เส้นผมนั้นเงางามอยู่เสมอและไม่แห้ง ซึ่งทุกคนย่อมต่างดูแลผิวกันเป็นอย่างดี เพราะเมื่อเรามีผิวหนังที่สวยงามแข็งแรง

ไม่สะอาด ไม่เหยี่ยวเกินกว่าวัยจะเป็นรูปลักษณ์และบุคลิกที่ดี

7  วิธีการดูแลผิวหนัง

  1. อาบน้ำอย่างน้อยวันละ 2 เวลา คือ เช้า/เย็น
  2. ทำความสะอาดโดยเฉพาะบริเวณเฉพาะรักแร้ ข้อพับ อวัยวะ ขาหนีบ คอ นิ้วเท้า
  3. หอกตัวด้วยสบู่ที่มีกรดของด่างอ่อนๆ ไม่ควรให้สบู่ที่มีสารการขัดผิวที่อันตรายมากเกินไป
  4. เมื่ออาบน้ำเสร็จแล้วควรเช็คทำความสะอาดตัวให้แห้งทันที
  5. ดื่มน้ำเยอะเพื่อให้ผัวหนังเปล่งปลั่ง
  6. ควรให้ผิวหนังนั้นได้รับแสงแดดอยู่เสมอ แนะนำให้เป็นแสงแดดในช่วงตอนเช้าสาระน่ารู้ หลีกเลี่ยงการถูกแดดที่จ้าจำทำให้ผิวนั้นไหม้เกรียม กร้านดำ
  7. ระมัดระวังการเครื่องสำอางที่มีสารที่เป็นอันตรายที่รุนแรง เมื่อเกิดสิ่งที่ผิดปกติหรือว่ามีการแพ้แบบรุนแรงควรพบแพทย์ทันที ozppp

สารอาหาร และสรรพคุณหอมหัวใหญ่

สารอาหาร หอมหัวใหญ่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Allium cepa L.  จัดอยู่ในตระกลูเดียวกันของพลับพลึง   ลักษณะและเป็นถิ่นที่กำเนิดตั้งแต่เริ่มนั้นอยู่ในเขตการกระจายพันธุ์อย่าในเอเชียกลาง  และสำหรับแหล่งที่ผลิตที่สำคัญนั้นก็คือ ได้แก่ ประเทศจีน สหรัฐอเมริกา และประเทศอินเดีย  โดยพืชนั้นจักอยู่ในพืชที่ล้มลุก   มีความสูงในระหว่าง 30-40 เซนติเมตร   มีหัวที่อยุ่ในใต้ดินนั้นคล้ายกันกับหัวหอม สามารถที่จะปลูกในดินที่อยู่ได้ทุกสภาพพื้นที่ สารอาหาร หัวหอมไม่ใช้แค่ผักที่เรานั้นจะนำมาประกอบอาหารหรือว่าการเพิ่มรสชาติที่ถูกปาก  และก็ยังไม่ใช้แต่ชิ้นและก็ขนาด  ยังมีเรื่องของการช่วยในการรักษาโรคต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สารอาหาร แร่ธาตุของหอมใหญ่

สารอาหารโดยพบว่าหอมหัวใหญ่นั้นอุดมไปด้วยวิตามินซี แร่ธาตุ และสารที่ดีมาก ๆ ต่อร่างกาย เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงหอมหัวใหญ่นั้นเด่นในเรื่องการของการลดภูมิคุ้มกันของร่างกาย แคลเซียมที่เกี่ยวข้องกันกับการสงเคราะห์ เป็นการต่อสู้ต่อสิ่งที่แปลกปลอมเข้ามาสู่ร่างกาย ถือว่าเป็นหน้าที่หลักเลยก็ว่าได้  ในเรื่องของการรับประทานแล้วนั้นจะเห็นได้ว่ามีคุณสมบัติได้มากมายเลยทีเดียว ยังมีเรื่องของคุณสมบัติที่ใช้ภายนอกอย่างฃการลดความเจ็บปวดจากการถูกสัตว์ที่มีพิษต่อย เพียงแค่การสับหัวหอมให้ละเอียด พอกไว้ในบริเวรที่ถูกการต่อย เป็นการปฐมพบาบาลเบื้องต้นและเป็นผักที่ช่วยเหลือลดความเจ็บปวดได้ง่าย ๆ จากครัวของคุณเอง   

สารอาหาร

ช่วยในการล้างพิษในร่างกายเป็นสิ่งที่ดีมากสารอาหาร มีกรดอะมิโนในการช่วยชำระล้าง สารพาที่เป็นอันตรายออกจากร่างกายจึงสามารถระบบย่อยอาหารนั้นทำงานได้ดีอีกด้วย และอีกหนึ่งวิธีนั้นคือการการใส่หัวหอมนั้นไว้ในถุงเท้า เพื่อเป็นการลดสารพาที่ดีต่อร่างกาย จะช่วยฆ่าเชื้อโรคทำให้สุขภาพดีขึ้น 

สรรพคุณของหอมหัวใหญ่

  1. ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง  เนื่องจากว่าหัวหอมมีสารต้านอนุมูลอิสระสุงมาก  ทั้งยังมีการทานหอมหัวใหญ่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายสารอาหาร ช่วยในเรื่องของการนอนหลับง่าย หากมีการทานแบบต่อเนื่องจะช่วยเรื่องของความจำนั้นดีขึ้น  โดยที่ไม่จำเป็นที่จะต้องทานแบบสด ๆ สามารถที่จะรับประทานอาหารร่วมกับประเภทอื่นได้เลย
  2. ช่วยในเรื่องทานอาหารได้ง่ายมากขึ้น และเพิ่มการรับประทานอาหารได้เยอะจากที่เคยรับประทานอาหารได้วันละมื้อแค่นิดเดียว หรือสามารถเอาหัวหอมนั้นไปประกอบอาหารเพื่อเพิ่มการมีรสชาติให้น่าทาน เพื่อที่จะไม่เกิดการเบื่ออาหาร
  3. หอมหัวใหญ่ยังช่วยเรื่องการลดความอ้วนได้เป็นอย่างดี เพราะมีสรรพคุณช่วยลดคอลเลสเตอรอล ลดไขมันในเส้นเลือด
  4. ช่วยในเรื่องการรักษาโรค เช่น ไข้หวัด ลดน้ำมูก คัดจมูก  ด้วยการนำหัวหอมนั้นมาทุบให้แหลก แล้วเรานั้นใส่ลงไปในแก้วน้ำน้ำร้อนเพื่อให้เกิดการระเหยของหอมหัวใหญ่ กลิ่นนั้นจะค่อย ๆ  เข้าสู่จมูก วิธีนี้จะช่วยลดได้ดี เห็นผลได้อย่างวรวดเร็ว
  5. ป้องกันไม่ให้ลิ่มเลือดนั้นอุดตันยับยั้งการรวมตัวกันของเกล็ดดลือด ทำให้เลือดนั้นไม่เกิดการแข็งตัว แล้วเข้าไปอุดตันในเส้นเลือดได้ง่าย ในอนาคต

ประโยชน์

  1. นำหัวหอมนั้นมาปรุงอาหารสารอาหาร ให้เป็นเครื่องเทศเพื่อเป็นการดับกลิ่นคาว  หากว่าเป็นการประกอบอาหารที่ใช้กับกระดูกสามารถทำให้กระดูกนั้นอ่อนเร็วมากขึ้น ช่วยในเรื่องการประกอบอาหารได้ดีและลดเวลา
  2. ช่วยในเรื่องการอักเสบสิวจากใบหน้า หรือเป็นแผ่นหลัง

หอมหัวใหญ่นั้นมีกลิ่นที่ฉุนอาจจะทำให้ใคร หลาย ๆ คนซึ่งอาจจะไม่เป็นของโปรดสักเท่าไหร่ แต่มีวิธีที่หันมารับประทานอาหารที่เหมือนนำมาแปรรูป เช่น หอมหัวใหญ่ชุปแป้งทอด

 แต่อย่างไรก็ตามนั้นอยากจะให้รับประทานเพราะสารอาหารที่อยู่ในหอมหัวใหญ่นั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพจริง ๆ  โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน และโรคภูมิแพ้ และสิ่งสำคัญในการเลือกซื้อคือ ต้องมีผิวที่เรียบ  หัวมีน้ำหนักที่มาก เนื้อแน่น welldonedesign

เทคนิค การออมเงิน ง่ายๆ คนเก็บเงินไม่เก่งก็ทำได้

ปัญหาของเรื่องการเงินนั้น เป็นจุดเริ่มต้นของปัญหา การเงินอีกหลายๆอย่างเลย หากเก็บเงินไม่อยู่ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม ที่คุณไม่รู้ เทคนิค การออมเงิน ที่ถูกต้อง หรือไม่มีเงินออม ซึ่งหากเวลาเกิดเหตุโดย ไม่คาดคิด อาจจะมีเรื่องให้ใช้เงิน โดยด่วน ตกงาน เจ็บป่วย อุบัติเหตุ ฯลฯ

นี้อาจเป็นปัญหา ที่ทำให้คุณต้องกู้ยืม จนเกิดหนี้สิ้น ซึ่งต้องบอกเลยว่า ปัญหาเหล่านี้ จะหมดไปได้ หากคุณทำตาม เทคนิคการเก็บ และออมเงินง่ายๆ ที่เราได้นำมาฝากกันในวันนี้

เทคนิค

เทคนิค ออมเงิน กับ 4 วิธีแบบง่ายๆ ใครก็ทำได้

  1. เก็บออม ก่อนนำไปใช้เสมอ

เทคนิค การออมเงินแบบนี้ เป็นวิธีที่คุณ น่าจะได้ยินกันมาบ้างแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่า วิธีนี้เป็นวิธีที่ ทรงพลังมากที่สุดแล้ว เพราะเชื่อว่าหลายคน น่าจะเคยประสบปัญหา ว่ามีเงินเหลืออยู่เพียง 500 บาท หรืออาจจะน้อยมากกว่านั้นอีก แต่ก็จะต้องใช้ชีวิต ให้รอดไปตลอดอาทิตย์ ก่อนเงินเดือนออก แต่ที่น่าแปลกใจคือ หลายคนสามารถ เอาตัวรอดจากจุดปัญหาเหล่านี้ มาได้เกือบทุกครั้ง เพราะเป็นผลมาจากการ ที่จะต้องปรับตัว

การเก็บออมก่อน นำมาใช้ เป็นการสร้างสถานการณ์ ที่คล้ายๆ กันกับที่เรา ได้ทำการสมมุติไปเมื่อกี่ หากคุณตั้งใจที่จะเก็บให้ได้ เดือน 1,000 บาท แต่หากไม่มีการออมก่อนใช้ ก็แปลว่าอาทิตย์ ของสิ้นเดือนนั้น คุณจะเหลือเงิน 1,500 บาท แทนที่จะเป็น 500 บาท ทีนี้คุณก็จะเริ่ม หาข้ออ้าง ข้อแก่ตัวอย่างเช่น ( ไว้ค่อยเก็บเดือนหน้าละกัน ) และเหตุผลสารพัด ที่สุดท้ายแล้ว คุณก็หยิบยกขึ้นมา ทำให้ไม่สามารถเก็บเงินได้

แนะนำว่า สำหรับเงินที่ถูกหักออก มาจากทุกเดือน ให้ทำการเปิดบัญชีแยก เก็บกับบัญชีที่เราใช้ประจำ เพื่อเป็นการวางเงิน ให้ไกลมือมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต ต่างๆ เพื่อลดความเสี่ยง ที่คุณจะหยิบไปถอนออกมา โดยบัญชีที่เก็บแยก คุณอาจจะใช้บัญชีเงินฝากประจำ ที่ต้องมีการฝากทุกเดือน เพื่อเป็นการเพิ่มวินัย การออมให้แก้ตัวเองไปในตัว

เทคนิค
  1. หยอดเหรียญ หรือเก็บแบงค์ 50

เป็นอีก เทคนิค การออมเงินวิธีหนึ่ง ที่ทำแล้ว มารู้ตัวอีกทีคือ มีเงินเก็บเพิ่มขึ้น เดือนละหลายพันเลย ซึ่งการเก็บแบงค์ 50 และหยอดเหรียญ หลักการคือ ห้ามใช้เด็ดขาด ! ให้เก็บมาบ้าน แล้วหยอดเข้ากระปุกออมสินทันที จากนั้นทุกเดือน ให้นำเงินในกระปุกออมสิน ไปฝากเข้าบัญชีธนาคาร ที่เปิดแยก

  • ทำบัญชีรายรับ รายจ่าย

การทำบัญชีรายรับ รายจ่าย สมมุติว่า เงินเดือนคุณออกสิ้นเดือนจำนวนเท่าไหร่ ก็ใส่เข้าไป แล้วจดรายการทั้งหมด ที่ไม่ว่าจะเป็น หักออมเท่าไหร่ , มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง จดให้ครบทุกบาท ทุกสตางค์ที่จ่ายออกไป เพื่อให้คุณเห็นภาพ การใช้จ่ายของคุณในแต่ละวัน แต่ละสัปดาห์ว่าจ่ายอะไร ออกไปบ้าง เพื่อเดือนถัดไปควร ลดละอะไรลงบ้าง ซึ่งการทำแบบนี้ สิ่งที่น่าแปลกใจคือ เมื่อคุณเริ่มบันทึก ค่าใช้จ่าย ก็จะเริ่มมีการวางแผน การใช้จ่ายที่ดีมากขึ้น เริ่มทำให้คุณใช้จ่ายอะไรที่ไม่จำเป็นน้อยลง

  • ใช้บัตรเครดิต อย่างพอดีเท่านั้น

บัตรเครดิตนั้น มีข้อดีมากกว่าข้อเสีย สำหรับคนที่ใช้เงินเป็น เพราะว่าการจ่าย ด้วยเงินสดนั้น แทบจะไม่มีส่วนลด หรือสิทธิพิเศษอะไรกลับมาเลย แต่หากใช้จ่าย ผ่านบัตรเครดิตจะได้ทั้งเงินคืน การสะสมแต้ม ต่างๆ ซึ่งกฎเหล็กของการใช้ บัตรเครดิต มีเพียงข้อเดียวก็คือ ( คุณต้องรูดบัตรเครดิตได้ ต่อเมื่อคุณไม่มีเงินสดจ่าย ณ เวลานั้นเท่านั้น )

แต่หากไม่จำเป็นเป็นจริงๆ ก็ห้ามรูดเด็ดขาด เพราะถ้ารูดไปแล้ว นั่นก็แปลว่า คุณกำลังจะดึงเงินเก็บ ในอนาคตออกมาใช้ นอกการใช้จ่าย ผ่านบัตรเครดิต

เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ สำหรับ เทคนิค การออมเงิน ที่เราได้นำมาฝาก แนะนำให้ท่านลองไปทำตามกันดู ทุกอย่างจะเป็นไปได้นั้น เมื่อคุณเริ่มลงมือทำแล้ว ติดตามสาระสำคัญอื่นๆ ได้ที่ >> behandson

สูตรมาร์คหน้า 3 สูตรจากธรรมชาติ ดีต่อผิว

สูตรมาร์คหน้า 3 สูตรจากธรรมชาติ แน่นอนว่า หากเป็นของจากธรรมชาติแล้วนั้น มีผลดีต่อผิว และไม่เป็นอัตรายต่อผิว ที่อ่อนโยน อย่างผิวบริเวณใบหน้าอย่างแน่นอน เพราะสมุนไพรไทย มีประโยชน์ที่หลากหลาย มากกว่าที่หลายคนคิด เพราะนอกจากจะ มีสรรพคุณทางยาแล้ว ยังสามารถใช้เป็นเวชสำอาง เพื่อเพิ่มความสวยงาม ให้แก่ผิวพรรณได้ดีอีกด้วย วันนี้เราจึงนำ สูตรการมาร์ผิวหน้ามาให้ ทุกท่านได้ลองนำไปทำตามดูกัน รับรองว่าดีต่อผิวอย่างแน่นอน

สูตรมาร์คหน้า
  1. สูตรมาร์คหน้าขาวใส ผิวเนียนนุ่ม ไร้สิว

เป็น สูตรมารค์หน้า ยอดนิยม ที่ช่วยให้ผิวหน้าขาวใส และช่วยรักษาสิว ด้วยส่วนผสม ( ขมิ้น มะขามเปียก น้ำผึ้ง มะนาว และนมสด ) ส่วนผสมนี้ ถือว่าหาได้ง่าย ตามครัวเรือน โดยเฉพาะมะขามเปียก และมะนาว ที่มีส่วนผสมของ AHA ที่ช่วยเรื่องการ ผลัดเซลล์ผิว และช่วยให้สิวอักเสบแห้ง และยุลงได้ง่าย ส่วนขมิ้น เป็นสมุนไทย ที่นิยมมาในสมัยก่อน จนมาถึงสมัยนี้ เพื่อสรรพคุณที่ช่วย เรื่องสีผิวให้ดูสว่าง และมีความเรียบเนียน เป็นธรรมชาติ ส่วนน้ำผึ้ง และนมสด จะช่วยให้ผิวหน้า คงความชุ่มชื้น และให้สัมผัสที่เนียนนุ่ม

วิธีทำ : นำน้ำมะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ , น้ำมะนาว , น้ำผึ้ง , ผงขมิ้น และนมสด อย่างละ 1 ช้อนชา มาผสมให้เข้ากันดี จนได้เนื้อเนียน เข้มข้น จากนั้นนำมาพอกหน้า ทิ้งไว้รอประมาณ 15 – 20 นาที พอแห้งแล้วก็ล้างออก เพราะเนื่องจาก มะขามเปียก และมะนาว มีฤทธิ์ที่เป็นกรดดางอ่อนๆ ซึ่งตอนพอกผิว อาจจะทำให้ผิวมีความรู้สึก แสบได้เล็กน้อย ดังนั้น แนะนำว่าให้ใช้น้ำมะนาว เพียง 2-3 หยด นำไปเจือจางกับน้ำเปล่าก่อน แล้วค่อยนำมาผสม เพื่อช่วยลดอาการแสบ คันยุบยิบระหว่างพอกหน้าได้ หากใครที่มีผิวหน้าบาง ก็อาจจะเลือกใช้ เพียงแค่มะขามเปียก หรือมะนาวอย่างใด อย่างหนึ่งก็ได้

สูตรมารค์หน้า
  1. สูตรมาร์คหน้าใสอมชมพู ดูผิวสุขภาพดี

สูตรมาร์คหน้า นี้เป็นสูตรที่สามารถ ทำได้ง่ายอย่างมาก เพราะจะใช้ส่วนผสม เพียง 2 อย่างเท่านั้น คือ มะเขือเทศ และแครอท ซึ่งผลไม้จำนวนสองชนิดนี้ สามารถหาซื้อได้ ตามตลาด หรือห้างทั่วไป และมีราคาที่ไม่แพงด้วย นอกจากนี้ ในมะเขือเทศ และแครอทนั้น มีส่วนผสมของ สารไลโคปีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และที่สำคัญยัง ช่วยให้ผิวหน้าคงความ อ่อนเยาว์ และช่วยให้ผผิวมีความขาวใสอมชมพู ดูเป็นธรรมชาติอีกด้วย เพราะอุดมได้ด้วย วิตามินซี ซึ่งจะช่วยในการกระตุ้นผิว ให้ช่วยสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวดูใสมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

วิธีทำ : ให้นำมะเขือเทศ และแครอท ในปริมาณที่เท่ากัน นำมาปั่นรวมกันจนได้เนื้อ ละเอียด จากนั้นนำส่วนผสม มาพอกหน้าทิ้งไว้ โดยใช้เวลาประมาณ 15 – 20 นาที พอแห้งแล้วให้ล้างออก เพียงเท่านี้คุณ ก็จะได้ผิวหน้าที่ดู อมชมพู ดูมีเลือดฝาดขึ้นมาทันที โดยสูตรนี้ยังสามารถ นำมาผสมกับน้ำสะอาด นมสด หรือโยเกิร์ต นำมาพอกผิว เพื่อเพิ่มความเนียนนุ่มให้ผิวหน้า ได้ตามที่คุณต้องการได้อีกด้วย

3.	สูตรมาร์คหน้า
  1. สูตรมาร์คหน้า ลดรอยสิว และจุดด่างดำ ให้จ่างลง

สำหรับสูตรนี้ จะใช้ส่วนผสมจาก ใบบัวบก ที่เป็นสมุนไพรจาก ธรรมชาติที่มักเห็นได้ทั่วไป ในรูปแบบของน้ำดื่มใบบัวบก ซึ่งใช้ดื่มเพื่อช่วยลดอาการซ้ำในได้ โดยสามารถนำสมุนไพร ชนิดนี้มาใช้ในด้าน ความสวยความงามก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมี ฤทธิ์ช่วยต้าน ริ้วรอย ฝ้า กระ จุดด่างดำ และช่วยลดรอยดำ รอยแดง จากสิวให้จางลง และยังช่วยปรับสีผิวที่ ไม่มส่ำเสมอให้กลับมา มีผิวดีขึ้นได้ด้วย

วิธีทำ : นำใบบัวบก มาผสมน้ำสะอาด และนำมาปั่นจนละเอียด แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง เพื่อเอาน้ำใบบัวบกมาใช้ นำมาผสมกับน้ำผึ้งเล็กน้อย เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว แล้วนำมามาร์คหน้า หรือใช้สำลีแผ่นบาง จุ่มน้ำใบบัวบกมาโปะให้ทั่วหน้า มาร์คทิ้งไว้ 20 – 30 นาที แล้วล้างออก สามารถนำน้ำใบบัวบกที่เหลือ แช่ตู้เย็นก่อนนำมามาร์คได้ เพื่อให้รู้สึกสดชื้นมากขึ้น มาร์คเพียง 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ติดต่อกัน 1-2 เดือน รับรองว่า รอยดำจางลงอย่างแน่นอน

สามารถติดตาม สูตรมาร์คหน้า อื่นๆได้ที่ >> elene-dee

ดูดวง อัพเดทข่าวสารสดใหม่ทุกวัน

ดูดวง วันนี้ เช็กดวงรายปักษ์ของผู้ที่เกิดวันที่ 1 – 15 มิถุนายน ของทั้ง 12 ราศี

มาอัพเดทดวงกันว่า ดวงในเดือนนี้ ควรจะต้องรับมืออย่างไรบ้าง เพื่อเป็นแนวทาง ในการวางแผนชีวิต และเตรียมตัวรับมือ กับดวงที่อาจมีการเปลี่ยนแปลง ไปดูกันเลย

ราศีเมษ ( 13 เม.ย. – 13 พ.ค. )

การงาน : ปักษ์เดือนนี้ คุณมีเกณฑ์ได้รับหน้าที่ใหม่ หรือมีงานใหม่เข้ามา ละหัวหน้าค่อนข้างคาดหวังกับคุณไว้สูง และมีเกณฑ์ได้งานใหม่

การเงิน : คุณมีความกังวลใจเรื่องการเงิน เพราะต้องแบ่งจ่ายหลายๆส่วน ส่วนรายรับก็มีเข้ามาเท่าเดิม

ความรัก : คนโสด อาจได้เจอคนถูกใจ จากที่ทำงานหรือที่เรียน แต่ความสัมพันธ์อาจไม่คืบหน้า คนมีคู่ ระวังความห่างไกล หรือไม่เข้าใจกัน

สุขภาพ : ระวังเกี่ยวกับระบบเลือด ความดัน หรือมีเหตุให้เลือดออก

ดูดวง

ราศีเมษ ( 14 พ.ค. – 14 มิ.ย. )

การงาน : ต้องแบกงานหลายๆอย่างคนเดียว และต้องระวังปัญหาเกี่ยวกับเอกสาร หรือระบบการจัดการที่ไม่ดี ทำให้คุณต้องปวดหัว

การเงิน : ในปักษ์นี้จะกว่าที่ผ่านๆมา เพราะหนี้สิ้นเริ่มหมดลง แต่ก็ต้องเก็บเงิน ไม่อย่างนั้นจะไม่เหลือเงินเก็บ

ความรัก : คนโสด จะมีคนไกลเข้ามายื่นความสัมพันธ์ดีๆ แต่อาจกังวลเรื่องระยะทางที่ไกลกัน คนทีคู่ คนรักมีเกณฑ์ใช้เงินก้อนด้วยกัน มีเรื่องต้องโยกย้ายที่อาศัย

สุขภาพ : ระวังเรื่องนอนดึก นอนไม่พอ และนอนไม่ค่อยหลับ

ดูดวง

ราศีเมษ ( 14 มิ.ย. – 14 ก.ค. )

การงาน : ต้องได้ร่วมงานกับคนใหม่ๆ อาจมีงานที่ถูกบีบให้ทำ ต้องเหนื่อยสักหน่อย คนว่างงานอาจได้งานชั่วคราว

การเงิน : ยังคงมีค่าใช้จ่ายมากอยู่ เงินเข้าเร็ว และออกเร็ว และต้องไปจ่ายเงิน เพื่อช่วยเหลือคนอื่น แบบไม่มีทางเลือก

ความรัก : คนโสด มีคนเข้ามารู้จัก แต่อาจเข้ามาคุยเรื่องงานมากกว่า ต้องระวังว่าเขาอาจหายไปเงียบๆ คนมีคู่ คนรักจะทุ่มเท ให้กับงานมากกว่าคุณ ต้องทำความเข้าใจกันให้มากขึ้น

สุขภาพ : ระวังการดื่มน้ำที่น้อย อาจะเป็นกรดไหลย้อน

ดูดวง

ราศีกรกฎ ( 15 ก.ค. – 16 ส.ค. )

การงาน : มีคนลาออกจากทีม มีเรื่องติดขัด ทำให้เรื่องงานหนักมากขึ้น อาจได้ย้ายสถานที่ทำงาน

การเงิน : ได้เงินจากสถานบันการเงิน ค่าเคลมประกัน อาจต้องได้กู้เงินจากธนาคาร รายจ่ายยังมีมาตลอด ต้องบริหารรายจ่ายให้ดีเสมอ ระวังเรื่องการลงทุน

ความรัก : คนโสด ได้เจอคนมีเสน่ห์ คารมดี เจ้าชู้ ความสัมพันธ์ไม่ค่อยจริงจัง คนมีคู่ คนรักจะพาไปเปลี่ยน บรรยากาศ เพื่อกระชับความสัมพันธ์

สุขภาพ : ระวังเรื่องลมในท้อง อากาศเปลี่ยนทำให้เป็นภูมิแพ้

ราศีกรกฎ ( 17 ส.ค. – 16 ก.ย. )

การงาน :  หากทำงานออนไลน์ หรือเป็นงานทางไกล ปักษ์นี้งานจะเริ่มนิ่ง หากขายออนไลน์ต้อง หาวิธีปรับเปลี่ยนวิธีขาย และมีเกณฑ์ได้งานใหม่

การเงิน : เงินค่อนข้างตึงมือ มีเรื่องค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น แต่เดือนนี้จะเริ่มมีสติในการใช้งานมากขึ้น

ความรัก : คนโสด หากมีโอกาสได้เข้าสังคม เจอคนใหม่ๆ มีเกณฑ์ได้เจอคนถูกใจ ความสัมพันธ์มีโอกาสพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ คนมีคู่ คนรักอาจได้ความสำคัญจากคนอื่นมากกว่าคุณ ทำให้คุณรู้สึกเหงา ไม่พอใจเท่าไหร่

สุขภาพ : ระวังเรื่องการนั่งท่าเดิมนานๆ มีอาการปวดหลัง ก้นกบ

ดูดวง

ราศีกันย์ ( 17 ก.ย. – 16 ต.ค. )

การงาน : ปักษ์ต้องระวังปัญหาเรื่องเอกสาร สัญญาการทำงาน อาจมีการเปลี่ยนแปลง หรือโดนบังคับให้ต้องเซ็นออกจากงาน

การเงิน : ได้เงินมาแต่ต้องใช้จ่ายหนี้ที่ค้างคาเดือนก่อน ระวังเรื่องหนี้สินที่ผ่อนผันค้างชำระ รายได้จะได้มาด้วยความยากลำบาก วางแผนการเงินให้ดี ก็จะเริ่มมีทางออก

ความรัก : คนโสด ช่วงนี้อาจจะมีคนเข้ามาสนใจคุณ แต่ตัวคุณยังไม่ค่อยสนใจเรื่องความรักเท่าไหร่ ส่วนคนมีคู่ คนรักจะมีปัญหาหนัก เข้ามา ความสัมพันธ์ค่อนข้างเหนื่อย

สุขภาพ : ระวังเรื่อง ไมเกรน โรคเก่าๆ เดิมๆ กลับมา

สามารรถติดตาม ดูดวง ในเดือนที่เหลือต่ออีกได้ที่ >> ozppp