การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สาเหตุจากการเกิด

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  ต้องใช้มาตรการที่เข้มงวดต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศป้องกันความเสียหายในอนาคตได้เพราะเหตุใดอุณหภูมิของโลกนั้นสูงมากยิ่งขึ้นถึง 2 องศาเซลเซียสอาจจะทำให้เกิดผลกระทบต่อเกษตรกร และปัญหาสุขภาพของใครหลาย ๆ คนและนักวิจัยคาดว่ามีการผลิตอาหารและมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมามากกว่า 1 ใน 4 ของก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของโลกและปศุสัตว์กรมประมงปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาถึง 31 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณดังกล่าว เพื่อลดก๊าซคาร์บอนฟุ๊ตบริ้น จึงจำเป็นจะต้องใช้มาตรการที่มีการคุมเข้มต่อการควบคุม รวมถึงในระดับของบุคคลอีกด้วยและในสิ่งที่ดีที่สุดที่แต่ละคนจะต้องทำ เพื่อลดผลกระทบคือรถคือการลด หรือว่างดการบริโภคผลิตภัณฑ์จากสัตว์ซึ่งจะเป็นวัตถุดิบหลักที่ก่อให้เกิดมลพิษมากที่สุด การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศการลดการผลิตของการบริโภคอาหารที่จะทำจาก สัตว์จะช่วยลดการปล่อยแก๊สปล่อยก๊าซมีเทนได้อย่างมากก๊าซมีเทนเป็นส่วนหนึ่ง และข้อกังวลหลัก ๆ ซึ่งจะระบุไว้ในรายงานของ IRPC นอกจากนี้ยังมีปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะส่วนมากแล้วเกิดขึ้นจากการผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิลและภาคปฏิบัตินอกจากนี้ก๊าซมีเทนยังส่งผลกระทบ ในระยะยาวมากกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 25 เท่า เมื่อพูดถึงก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ส่วนใหญ่จะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงที่ดิน อย่างเช่น การตัดไม้ทำลายป่าเพื่อใช้ในการเลี้ยงสัตว์ทำให้เป็นทุ่งหญ้า หรือว่าปลูกพืชอาหารเลี้ยงสัตว์อย่างเช่นถั่วในขณะที่ก๊าซมีเทนส่วนใหญ่เกิดขึ้น 

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สิ่งแวดล้อมที่ไม่สามารถคาดเดาได้

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จากระบบย่อยอาหารของสัตว์ในปศุสัตว์เท่านั้นเนื้อวัวที่มีการผลิตแต่ละกิโลปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 60 กิโลกรัมนั่นก็ คือ ซีกหนึ่งของกิโลกรัมของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 21 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับการผลิตเต้าหู้แล้วจะเป็นแหล่งโปรตีนจากพืช ในน้ำหนักที่เท่ากันและการผลิตเนื้อวัวจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่าเต้าหู้ถึง 20 เท่า ส่วนชีสปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่าเต้าหู้ถึง 7 เท่า การผลิตน้ำนมวัว 1 กิโลกรัม ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่าถึง 2.8 กิโลกรัม ในขณะที่นมถั่วปริมาณเท่ากันปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพียงแค่ 1 กิโลกรัมเท่านั้น และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้หลาย ๆ คนนั้นเกิดความเจ็บป่วยกระทันหันส่งผลกระทบต่อการทำดำเนินชีวิตทั้ง การขาดเรียนลางานเสียหายทั้งเรื่องค่ารักษาพยาบาลที่ไม่สมควรจะเกิดขึ้นด้วยสภาพอากาศเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน เราจึงควรดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยอากาศนี้เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อทั้งร่างกายและจิตใจไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิความชื้น และสภาพแวดล้อมโดยสภาพอากาศก็ส่งผลให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บได้เช่นกัน โรคที่เกิดขึ้นอาจเกิดจากสาเหตุของการเปลี่ยนแปลง โดยตรงอย่างเช่นโรคลมแดดหรือภาวะขาดน้ำ รวมถึงโรคที่เกิดจากสภาพแวดล้อม อย่างเช่น ตาแดง โรคฉี่หนู อาหารเป็นพิษ โรคพิษสุนัขบ้า  เป็นต้น ถ้าหากว่าเรานั้นมีร่างกายที่ไม่แข็งแรงอยู่แล้วอาจจะเกิดการล้มป่วย มากกว่าคนที่ออกกำลังกายและมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง  วิธีการรับมือกับสภาพอากาศที่ร้อนสามารถทำได้ด้วยการรับประทานอาหารที่สุกชื่นสะอาดมีประโยชน์ดื่มน้ำให้เพียงพอทำให้ร่างกายนั้นไม่เกิด การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ภาวะการขาดน้ำเมื่ออยู่ในที่เย็นมีอากาศที่ถ่ายเทควรสวมเสื้อผ้าที่หนา ๆ เพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย

นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งและการสัมผัสแดดความร้อนโดยตรง รวมถึงการสวมหมวกพบแว่นตากันแดดทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงเพียงพอต่อการป้องกันของผิวไม่ให้เกิดการปะทะของแดดได้โดยตรง เพราะเมื่อไหร่ที่เราสัมผัสต่อแดดและสภาพอากาศที่รุนแรงจะทำให้ร่างกายนะเกิดความเจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น  แปลว่าสภาพอากาศที่เรานั้นเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้อยู่แล้ว แต่การดูแลตัวเองให้แข็งแรงอยู่เสมอเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ไม่ว่าอากาศจะเปลี่ยนแปลง ได้รวดเร็วมากน้อยเพียงใดหากเกิดโรคภัยไข้เจ็บที่รุนแรงหรือไม่ สามารถที่จะรักษาตัวเองได้ควรเข้าพบแพทย์เพื่อได้รับการวินิจฉัยต่อโรคและการดูแลอย่างถูกต้อง 

สามารถติดตามข่าวสารสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ คลิก>>> arki-online

แรงโน้มถ่วง (gravitational force) เกิดขึ้นจากอะไร?

แรงโน้มถ่วง   คือแรงที่จะกระทำระหว่างมวลจะมีการดึงดูดระหว่างวัตถุอยู่รอบข้างเข้าไปตรงจุดศูนย์กลาง และในจักรวาลแห่งนี้ทุกวัตถุมีมวลและส่งผลให้ทุกวัตถุมีแรงดึงดูด แรงโน้มถ่วงของตัวเองเสมอไม่ว่าจะเป็นดวงดาวขนาดใหญ่ หรือว่าแกแลคซี่แม้กระทั่งร่างกายของคนเราเองจะมีมวลและน้ำหนักมวลนั้นก็ คือปริมาณสสารทั้งหมดที่ประกอบไปด้วยวัตถุนั้น ๆ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นวัตถุชิ้นนั้นจะอยู่ในสถานที่ใด ๆ มวลจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงมวลมีหน่วยเป็นกิโลกรัม โดยจะแตกต่างจากน้ำหนักซึ่งเป็นผลของแรงโน้มถ่วงที่ทำให้กระทำต่อวัตถุนั้น ๆ ในทางด้านวิทยาศาสตร์น้ำหนักมีทิศทางและปริมาณเวกเตอร์ โดยจะแปรผันค่าแรงแนวโน้ม และมวลของวัตถุโดยจะมีหน่วยเป็นนิวตันด้วยภาษาที่พูดกันทั่วไป แรงโน้มถ่วง เราจะเรียกน้ำหนักเป็นหน่วยกิโลกรัมนั้นเอง 

หากเราชั่งน้ำหนักตัวเราบนดวงจันทร์ย่อมได้ผลที่แตกต่างกว่าน้ำหนักที่ชั่งบนโลกเพราะแรงโน้มถ่วงบนดาวนั้นแต่ละดวงจันทร์จะมีค่าที่ไม่เท่ากันถ้าเรามีน้ำหนักประมาณ 100 ปอนด์ บนโลกดวงจันทร์ถ้าเกิดว่าเราไปชั่งจะมีน้ำหนักประมาณ 17 ปอนด์ จากนี้บนดาวพุธและดาวอังคารเราจะมีน้ำหนักเรา 38 ปอนด์ โดยโน้มถ่วงของโลกคือแรงดึงดูดที่มวลของโลก แรงโน้มถ่วง และกระทำต่อวัตถุรอบข้างด้วยจะดึงเรานั้นไปตรงจุดศูนย์กลาง หรือว่าแก่นของดวงดาวไม่ว่าจะเป็น ต้นไม้ ใบหญ้า สิ่งของสัตว์ มนุษย์ แม้แต่อากาศทั้งหมดนี้ล้วนถูกแรงโน้มถ่วงของโลกนั้นดูดไว้ ไม่ให้กระจายตัวออกไปบนอวกาศเช่นเดียว กับดาวเทียมและสถานีอวกาศที่ถูกมนุษย์นั้นสูงขึ้นไปโคจรอยู่รอบ ๆ 

แรงโน้มถ่วง

ปัจจัยสสารที่ทำให้เกิด แรงโน้มถ่วง ขึ้น

ทั้งนี้ดวงจันทร์ยังเป็นดาวบริวารของโลกอีกด้วย แรงโน้มถ่วง ในโดยทั่วไปแล้วแรงโน้มถ่วงจะผันแปรตามขนาดมวล และระยะห่างระหว่างวัตถุที่มีมวลมากย่อมส่งผลให้มีแรงดึงดูดที่มากเช่นกัน โดยเฉพาะวัตถุที่มีมวลขนาดที่ใหญ่อย่างเช่นดาวฤกษ์อย่างพระอาทิตย์ จะมีมวลที่มากกว่าลูกของเราหลาย ๆ ล้านเท่า ซึ่งมีแรงโน้มถ่วงมากกว่าที่จะทำให้ดาวเคราะห์มาโคจรอยู่รอบตัวเองเช่นเดียว กับระหว่างมวลวัตถุที่อยู่ใกล้ชิดกันจะมีแรงโน้มถ่วงที่กระทำระหว่างกันย่อมมีมากกว่าวัตถุที่อยู่ห่างไกลออกไป การค้นพบแรงโน้มถ่วงนี้คือนักวิทยาศาสตร์มีข้อสงสัยและรับรู้ได้ว่าโลกของเรานั้นแรงที่ลึกลับบางอย่างซ่อนอยู่ ทำให้มีการยืดและเหนียวตัวของเราให้อยู่ติดบนผิวโลกจนกระทั่ง ไอแซ็ค นิวตัน นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษได้นิยามแรงนึกรักนี้ว่า แรงโน้มถ่วงของโลก  จึงเกิดข้อสงสัยว่าทำไมแอปเปิ้ลที่รู้จักต้นนั้นหลงหล่น ลงบนพื้นแทนที่จะลอยขึ้นไปในอากาศการลุ้นของแอปเปิ้ล เป็นผลของแรงโน้มถ่วงที่กระทำระหว่างทั้ง 2 มวลเช่นเดียวกัน คือแรงดึงดูดของดวงจันทร์ให้โคจรอยู่รอบโลกของเรา แรงโน้มถ่วงแม้กระทั่งวัตถุ 2 ชิ้นจะมีขนาดน้ำหนักที่แตกต่างกันแต่แรงโน้มถ่วง จะทำให้พวกเขาเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่เท่ากันซึ่งเราทิ้งลูกบอลที่มีขนาดเท่ากัน แต่มีน้ำหนักแตกต่างกันอยู่ จากนั้นทิ้งลงมาที่นอกหน้าต่างลูกบอลทั้ง 2 ลูก จะตกถึงพื้นในเวลาเดียวกัน ในสภาวะที่ไม่มีแรงต้านจากอากาศ แม้กระทั่งแรงโน้มถ่วงจะเป็นแรงที่เรานั้นไม่สามารถรับรู้ได้ด้วยตาเปล่าแต่เพราะความเปราะบางของแรงที่กระทำต่อเราแรงโน้มถ่วง เป็นแรงเดียวที่จะยึดเหนี่ยวเราเอาไว้บนโลกแรงโน้มถ่วงไม่มีการลดทอน หรือดูดซับเนื่องจากมวลใด ๆ ทำให้แรงโน้มถ่วงเป็นแรงที่สำคัญมาก ๆ ในการยึดเหนี่ยวเอกภพเอาไว้ด้วยกันทั้งหมดในโลกนี้ ในการหาคำตอบของนักวิทยาศาสตร์ที่มีการค้นหาวิเคราะห์สิ่งต่าง ๆ บนโลกก็ไม่มีที่สิ้นสุดเหมือนกัน

สามารถติดตามข่าวสารสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ คลิก>>> arki-online

ชีวจิต กับวิธีการรักษาเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืนของเรา

ชีวจิต  เป็นวิธีการดำเนินชีวิตในรูปแบบของกลอนการบริโภคที่เน้นความเป็นธรรมชาติมากที่สุดโดยจะมีพื้นฐาน และวิธีชีวิตในแบบของแมคโครไบโอติกซึ่งมีการดัดแปลงให้สอดคล้อง กับความเป็นอยู่ของไทย โดยจะเป็นการบริโภคพืชผักธัญพืชไม่ขัดสีผลไม้สดตามฤดูกาลหรือว่าไม่ผ่านการปรุงแต่งพืชหัวไม่ปลอกเปลือก โดยจะมีการทำความสะอาดหรือว่าการดื่มน้ำสะอาด และชาสมุนไพรและน้ำผลไม้งดทานเนื้อสัตว์ทุกชนิดยกเว้นปลาและอาหารทะเลที่บริโภคได้เป็นบางครั้งคราวเท่านั้น น้ำตาลฟอกขาวปกตินมและไข่ 

โดยการดำเนินชีวิตอยู่ในอากาศที่บริสุทธิ์ไม่เห็นชีวิตที่เรียบง่ายออกกำลังกายสม่ำเสมอมีชีวิตที่เต็มด้วยธรรมชาติเป็นหลัก โดยจะมีการฝึกสมาธิอยู่เป็นประจำในภาพรวมแล้ว การปฏิบัติตามชีวิตจะมุ่งเน้นความมีความสุขที่ดีทั้งกายและใจและเข้าใกล้ธรรมชาติมากที่สุดทำให้ร่างกายและจิตใจนั้นมีจุดประสงค์หลักของชีวิตนั้นก็ คือความสุขสมบูรณ์ทั้งทางกายและทางใจ จะหยิบมาใช้ในทางการปฏิบัติและความคิดในแนวธรรมชาติเป็นหลักในด้านร่างกาย และจิตใจนั้นชีวิตจิตถือเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับร่างกายที่มีผลต่อชีวิต และจิตใจจิตใจที่มีผลต่อร่างกายด้วยความสมบูรณ์และการปฏิบัติตามชีวิตจะมุ่งไปทางด้านการสร้างสุขภาพและจิตใจก่อนเสมอ ชีวจิต โดยการใช้อาหารและการใช้เครื่องใช้อุปโภคที่มาจากธรรมชาติ หรือว่าอยู่ใกล้ธรรมชาติมากที่สุดในขณะเดียวกันชีวิตของคนจะอยู่ได้ก็ต้องเป็นไป ตามธรรมชาติที่สมบูรณ์แบบนั่น คือการใช้ชีวิตที่บริสุทธิ์เรื่องง่ายชีวิตที่เต็มไปด้วยธรรมชาติเป็นตัวยึดเหนี่ยวจิตใจ และชีวิตที่อายุยืนแข็งแรงมีความสุขสดชื่นตลอดเวลา

ชีวจิต

ชีวจิต ในแบบเรียบง่ายที่คุณชอบ

ชีวจิต เมื่อมีการปฏิบัติทางกายก็ต้องมีการปฏิบัติทางจิตใจด้วยในทางร่างกายจิตใจมีเป้าหมายที่สำคัญที่สุดนั่น คือความสงบสุขทางกายซึ่งอาศัยธรรมชาติเป็นปัจจัยจะทำให้เกิดความสงบทาง ทางขายเสื้ออาศัยธรรมชาติเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดความสงบสุขทางใจคือปัญญามองเห็นสัจธรรมของโลก และชีวิตจุดสูงสุดของสัตว์จะทำนี้นั่นก็คือความหลุดพ้นซึ่งแต่ละคนย่อมมีหนทางและแนวทางของตัวเอง 

ประโยชน์ของอาหารชีวจิต 

•ช่วยขจัดสารเคมีและสารพิษของร่างกายที่เป็นอันตราย ออก

•ช่วยทำให้เซลล์ต่าง ๆของร่างกายและแข็งแรงขึ้น

•ช่วยทำให้เลือดภายในร่างกายหมุนเวียนได้ดี และเลือดถูกฟอกให้สะอาดยิ่งขึ้น

•สุขภาพผิวพรรณสดใสเปล่งปลั่ง โดยมีการสารต่อต้านอนุมูลอิสระอยู่มากมาย

•ระบบการขับถ่ายดีขึ้นทำให้ของเสียต่าง ๆ ภายในร่างกายถูกขับออกมาไม่ตกค้าง

•ช่วยป้องกันโรคต่าง ๆได้ดีเช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูงโรคเบาหวาน โรคเกาต์

•ชะลอความเสื่อมสภาพของร่างกายหากเกิดการสร้างเนื้อเยื่อและคอลลาเจนภายในผิวหนังจะทำให้เซลล์นั้นไม่เสื่อมสภาพเร็ว 

ทั้งนี้ทั้งนั้นการรับประทานอาหารชีวจิตนี้นอกจากจะต้องคำนึงถึงคุณนะประโยชน์แล้วยังควรให้ความสำคัญความอร่อย และหน้าตาของอาหารอีกด้วยแม้รสชาติจะไม่จัดจ้าน แต่ก็สามารถสร้างความคุ้มครองได้แบบพอดีที่สำคัญหากต้องการเน้นสุขภาพแบบชีวจิต การรับประทานอาหารในแต่ละมื้อ ชีวจิต ควรคำนึงถึงความสมดุลตามสัดส่วนของชีวิตด้วยการเลือกรับประทานอาหารตามแนวของชีวจิตนั้น ลึกซึ้งจนสามารถที่จะทำให้เข้าใจยากแต่

ในทางปฏิบัติในความเป็นจริงนั้นไม่ได้ยุ่งยากแต่อย่างใดแต่ในทางตรงข้ามกันกับเป็นวิถีชีวิตที่เรียบง่าย และเข้าถึงแก่นแท้ของธรรมชาติอาหารได้อย่างแท้จริง  ชีวิตในแนวทางความคิดเรื่องสุขภาพและองค์กรรวมนักศึกษาคือผนวชเอาคำว่าชีวะที่ หมายถึงว่ากายร่วมเข้ากับคำว่าจิตที่หมายถึงใจทั้งสองนั้นย่อมมีความสัมพันธ์กัน และมีเหตุมีผลตรงกันและไม่สามารถแยกออกจากกันได้ คือว่าการอธิบายได้ว่าคนเราจะมีความสุขความแข็งแรงได้ ก็ต่อเมื่อกายและจิตใจทำงานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันจึงควรที่จะใช้ชีวิตในให้อยู่ในรูปแบบของธรรมชาติได้มากที่สุด

สามารถติดตามข่าวสารสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่คลิก>>> arki-online

เกร็ดความรู้ จุดกำหนดอาหารไทยฉบับชาววัง

เกร็ดความรู้  อาหารไทยที่มีการสั่งสมมากันอย่างทอดยาวนานอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบันซึ่งมีเอกลักษณ์ประจำชาติคือได้ว่าอาหารไทยนั้นเป็นวัฒนธรรมประจำชาติที่สำคัญของประเทศไทยอย่างหนึ่งที่ต่างชาตินั้นต่างชื่นชมรวมถึงรสชาติอาหารต่าง ๆ หรือว่าจะเป็น น้ำพริกปลาทูพร้อมกับเครื่องเคียงที่จัดมาเป็นชุดชุดที่โดดเด่นที่สุดอย่างที่เรารู้กันดีนั่นก็คือ ต้มยำกุ้ง โดยจุดเด่นของอาหารไทยนี้มีคนบริโภคข้าวเป็นอาหารหลักโดยจะนิยม 2 ชนิดขึ้นไปมีทั้งข้าวเหนียวและข้าวเจ้าตามพื้นภูมิภาคภาคอีสานและภาคเหนือนิยมกินข้าวเหนียวกันเป็นหลัก ส่วนภาคกลางกับภาคใต้นิยมกันกินข้าวเจ้า ประเทศไทยที่ผูกพันกันมาเป็นสายน้ำอย่างช้านานทำให้อาหารนั้นเป็นเครื่องประดับและครัวจะเป็นองค์ประกอบใหญ่ มีทั้งปลาย่างปลาปิ้งน้ำจิ้มแจ่วเกี่ยวกับผักสด ที่หาได้ตามลำคลองได้มีการหากินกันอย่างวิธีแต่ก่อนว่าจะเป็นปลาแห้งปลาเค็มนำเอามาแปรรูป โดยได้รับการฝึกหรือว่าเครื่องปรุงจากบาทหลวงชาวโปรตุเกส ในสมัยพระนารายณ์สวนอาหารประเภทผัดไฟแรงนั้นจะได้รับอิทธิพลมาจากชาวจีนที่อพยพมาอยู่ในเมืองไทย เกร็ดความรู้ ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์เมื่อมีงานเลี้ยง สัตว์ขายเป็นอาชีพและมีโรงฆ่าสัตว์จะต้องมีการหาเนื้อมารับประทานกันมากยิ่งขึ้นมีการใช้เครื่องเทศที่หลากหลาย เพื่อช่วยดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์และเนื้อปลาที่นำเอามาปรุงอาหาร โดยเครื่องเทศของไทยนิยมปรุงรสอาหารประเภทขิงกระชายที่ดับกลิ่นคาวของปลา มานานนำมาประยุกต์ใช้กับเนื้อประเภทวัวควาย เป็นชุดสูตรใหม่ของคนไทยได้อีกด้วย 

เกร็ดความรู้

เกร็ดความรู้ อิทธิพลอาหารจากต่างชาติ

โดยจุดกำเนิดของอาหารพร้อมกับการตั้งชนชั้นชาติที่มีการพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง เกร็ดความรู้ ในสมัยสุโขทัยจนถึงปัจจุบันจนมีการศึกษาเป็นเรื่องราวของอาหารแยกออกไปแต่ละประเภทที่เราเห็นในปัจจุบันนี้  โดยอาหารหลัก ๆ เริ่มต้นมาจากอาหารชาววังหรือว่ากับข้าวเจ้านายนั่นเองคืออาหารที่ประดิษฐ์คิดค้น โดยผู้คนแนวรั้ววังมีเอกลักษณ์ที่สำคัญนั่นก็คือความอุดมสมบูรณ์ความสดใหม่ของวัตถุดิบที่ จะมาเอาประกอบอาหารด้วยกรรมวิธี ในการทำที่ค่อนข้างจะซับซ้อนกันมีความประณีตที่จะต้องใช้เวลา และกำลังผู้คนในการทำนั้นไม่ง่ายเลย เพื่อลักษณะความแตกที่แตกต่างความวิจิตรบรรจง รวมถึงรสชาติให้ออกมานุ่มนวลไม่เผ็ดมากมีความกลมกล่อมเป็นหลักองค์ประกอบของอาหารชาววังแต่ละมื้อนี้ ต้องประกอบไปด้วยความหลากหลายอย่างในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการประกอบอาหารประเภทจะกลับอย่างน้อยที่สุด คือ 7 ประเภทคือ ข้าวเสวย เครื่องคาว เครื่องเคียง เครื่องเคียงแขก เครื่องเคียงจิ้มเครื่องเคียงเกาเหลา เครื่องเคียงหวานมัน มีครบรสคือ เปรี้ยว หวาน มัน เผ็ด เค็ม อาหารชาววังจะแตกต่างจากอาหารชาวบ้านก็คือจัดเป็นอาหารเป็นชุด หรือว่าเครื่องสำหรับนั่นเอง ซึ่งจะเหมือนกันกับอาหารแต่ละภูมิภาคที่รับประทานรูปแบบของอาหา รที่แตกต่างกันไปกินได้ง่ายในท้องถิ่นสัตว์ และปลาในตามลุ่มแม่น้ำที่แต่ละภาคจะไม่เหมือนกัน ในสมัยอยุธยาจะถือว่ายุคทองของไทย หรือว่าได้มีการติดต่อกับชาวต่างชาติมากยิ่งขึ้น ทั้งตะวันตกและตะวันออกมีการจดบันทึกในเอกสารของชาวต่างประเทศมีการพบว่าคนไทย กินอาหารแบบเรียบง่ายแต่ยังคงมีปลาเป็นหลักมีต้มแกง คาดว่ามีการใช้น้ำมันในการประกอบอาหารน้ำมันที่ได้มาจากมะพร้าวกะทิ ซะมากกว่าไขมันที่ได้มาจากสัตว์ นำมาประกอบอาหารอยุธยามีหนอนกะทิและวิธีทำหนังสือตัดต้นมะพร้าวและนำเอาหนอนที่อยู่ต้นนั้น มากินกะทิกลายเป็นอาหารชาววังขึ้นชื่อ

โดยคนไทยสมัยนี้มีการถนอมอาหารและการประยุกต์มากยิ่งขึ้นอย่างเช่น การนำเอาไปตากแห้งและทำให้ปลาเค็มและมีอายุยืนในการเก็บรักษามากยิ่งขึ้นรวมถึงเครื่องเทศแรงต่าง ๆ มีการประกอบขึ้นมาดับกลิ่นคาวปลา เกร็ดความรู้ เพื่อเป็นหลักฐานการบันทึกของบาทหลวงชาวต่างชาติที่แสดงให้เห็นว่าอาหารของชาติต่าง ๆ เมื่อเริ่มเข้ามาในสมเด็จพระนารายณ์ชื่นญี่ปุ่นโปรตุเกสจะมีเหล้าองุ่น และไวน์ต่าง ๆสำหรับอิทธิพลของอาหารจีนนั้นคาดว่า มีการเริ่มเข้ามาในยุคของกรุงศรีอยุธยาตอนปลายที่ไทยนั้นตัดสัมพันธ์ของชาวตะวันตก จึงกล่าวได้ว่าอาหารไทยในสมัยอยุธยาได้รับเอาวัฒนธรรมอาหารจากชาวต่างชาติ โดยมีการผ่านกรรมวิธีต่าง ๆ และมีประสานสัมพันธไมตรีทั้งทางด้านทูตทางด้านการค้าที่ปรากฏทางประวัติศาสตร์อาหารของชาวต่างชาติ ส่วนใหญ่มีการแพร่อยู่ในสำนักต่อมามีการกระจายสู่ประชาชนและกลุ่มคืนเป็นอาหารไทยในที่สุด 

สามารถติดตามข่าวสารสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่>>> arki-online

snooker กีฬาที่มีคนนิยมและให้ความสนใจอย่างมาก

เป็นประเภทกีฬาการเล่นที่มีการใช้ไม้คิวในการสัมผัสรูปที่อยู่บนโต๊ะและมีผ้ากลับกราบมีหลุมอยู่ 4 มุม snooker ของโต๊ะและตรงกลางข้างยาวอีกด้านละ 1 หลุม โดยโต๊ะสำหรับการเล่นนี้จะอยู่ที่ 12 ฟุต * 6 ฟุต การเล่นใช้ไม้คิวของลูกสนุกเกอร์ที่มีลูกสีขาว 1 ลูกและลูกสีแดงทั้งหมด 15 ลูกมีคะแนนลูกละ 1 คะแนน สีต่าง ๆ นั่นก็คือสีเหลือง 2 คะแนน สีเขียว 3 คะแนน สีน้ำตาล 4 คะแนน สีชมพู 6 คะแนนสี ดำ 7 คะแนน และการชนะ 1 เฟรม แต่ละเกมนั่นเอง โดยแต้มที่เหนือกว่าอีกฝั่งนั้นจะใช้การแทงลูกสีแดงและแทงลูก 4 ผู้ที่ชนะจำนวนเฟรมมากกว่าจะเป็นผู้ชนะในทันที 

โดยความเป็นมามีการเล่นมาตั้งแต่ การเริ่มเมื่อช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ของยุค 1870 กีฬา เป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมในหมู่ทหารอังกฤษที่ประจำการทูตอินเดีย โดยต้นกำเนิดของสนุกเกอร์ เริ่มต้นเป็นกลุ่มทหารของดีวอยเชอร์ในเมืองจะบาปในช่วงปี 1875 นี้ด้วยจะมีรากฐานมาจากล็อกเก็ตแล้วรวมเกมปิรามิค คือ ลูกแดงทั้งหมด 15 ลูกและใบโพธิ์รูปสีต่าง ๆ เข้าอยู่ด้วยกัน โดยรูปแบบของการเล่นเกมในช่วงแรกมีลูกสีแดงทั้งหมด 15 ลูก ตั้งเป็นรูปสามเหลี่ยมและคุ้มกันกับลูกดำ 1 ลูกที่จุดด้านหลังรูปสีแดงสามเหลี่ยมนั้น พร้อมทั้งที่มีลูกหลาย ๆ สี  และในเวลาต่อมาจึงมีการพัฒนามาเรื่อย ๆ จนกระทั่งปี 1884 กติกาในการเล่นสนุกเริ่มใช้ครั้งแรก โดยเซอร์เนวิน ฟรานซิส ฟิกเจอร์รัล แชมป์ เบอเรน  ที่เล่นกันในสตู House ในเมืองอู่ดิโดยใช้โต๊ะที่ตั้งขึ้นนำมาจากเรือ สนุกเกอร์เป็นภาษาอังกฤษที่มีความเป็นแสลงของนักเรียนทหารปีแรก หรือว่าบุคลากรที่ไม่มีประสบการณ์ได้เอ่ย คำว่า สนุ๊กเกอร์ ขึ้นมาเมื่อผู้เล่นแทงไม่ลงรูปเข้าหลายครั้ง จนกลายเป็นที่มาของคำว่าสนุ๊กเกอร์ โดยในปีพ 1887 Snooker ได้รับการตีพิมพ์เป็นครั้งแรกในหนังสือสปอร์ติ้งไลฟ์จนทำให้เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก

snooker

กติกาการเล่น snooker และนักสนุ๊กเกอร์ชื่อดัง

ด้วยกติกาในการเล่นจะใช้ไม้คิว และลูกสีขาวเท่านั้น ให้กลิ้งไปลูกสีอื่นลงหลุมจึงจะได้คะแนน และได้เล่นต่อไปจนกว่าผู้เล่นนั้นไม่สามารถที่จะทำให้ลูกสีนั้นลงหลุมดำ และจึงมีการเปลี่ยนให้ผู้เล่นอีกฝั่งได้เล่น โดยมีการบังคับในระดับการเล่นตามรูปสีต่าง ๆ เริ่มจากรูปสีแดงก่อนหากทางลูกสีแดงลงหลุมจึงมีสิทธิ์เล่นลูกสีอื่น ๆ ได้สีแดงก็ได้ตามแต่ละผู้เล่นจะเลือกหากลูกสีอื่นลงหลุมอีก ก็จะกลับมาเล่นด้วยเสียงอีกครั้งหากสำเร็จอีกก็เล่นลูกสีอื่นครั้ง ถ้าแต่ถ้าหากเมื่อลูกสีลงหลุมกรรมการจะนำขึ้นมาตั้งใหม่ที่จุดของลูกนั้นตกลงในจุดแรก ยกเว้นลูกสีแดงที่ไม่สามารถที่จะนำกลับมาตั้งใหม่ได้เป็นการสลับแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนลูกสีแดงนั้นลงทุนทั้งหมด 15 หลุม จึงเป็นการเล่นสีอื่นตามลำดับที่กล่าวไว้ข้างต้น ในช่วงนี้รูปสีจะไม่นำกลับมาตั้งใหม่ที่จุดเดิมอีกแล้วเมื่อลูกสีนั้นลงหมดทุกลูก ก็จะนับคะแนนรวมของแต่ละฝ่ายว่าฝ่ายไหนได้คะแนนมากกว่าจะเป็นฝ่ายชนะในเกมรอบนั้น ๆ

โดยผู้เล่นทั้งสองฝ่ายจะต้องยอมรับการเสียฟอร์มได้แต่ในขณะที่ยกเลิกในการเดินของผู้เล่นจะได้รับการพิจารณาผล แต่ที่ไม่เพียงพอที่จะเอาชนะอีกฝ่ายได้จึงเป็นธรรมดาของอาชีพสนุกเกอร์ที่แต้มอาจจะหมายถึงคะแนนเมื่อผู้เล่นอีกฝ่ายก็สามารถที่จะเกิดขึ้นได้ด้วยเหตุผลหลาย ๆ อย่างเช่น การแทงลูกขาวแล้วไปโดนลูกสีก่อน เมื่อผู้เล่นพยายามที่จะแทงผู้บ่าวให้ดู แต่กลับทำให้ลูกสีขาวนั้นกลับลงไปเสียก่อน snooker หรือว่าลูกที่ไม่สามารถที่จะรอดผ่านไปได้ก็จะเรียกได้ว่าเป็นสนุกเกอร์ 

นักสนุกเกอร์ที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากเริ่มต้นอาชีพตั้งแต่แรกโดย

โจเดวิด ในช่วงทศวรรษที่ 1930 และยังคงเพิ่มขึ้นมา ในปัจจุบันเรื่อย ๆ ตามจำนวนแต่ละประเทศซึ่งจำนวนค่อนข้างน้อยของผู้เล่นที่ ได้รับความประสบความสำเร็จในระดับสูง ถึงการบำรุงรักษาในเมืองชนชั้นของสนุกเกอร์ที่เป็นงานยากสำหรับมาตรฐานเอง จะต้องใช้เวลาฝึกฝนอยู่หลายปี และในการอุดอุทิศตนพร้อมที่จะมีความพยายามเหมาะสมและความสามารถ ในการเล่นที่โดดเด่นได้อีกด้วย 

สามารถติดตามข่าวสารสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ คลิก>>> arki-online

กระบวนการเสริมสร้าง ค่านิยม และความสัมพันธ์ต่อวัฒนธรรม

ค่านิยม  และวัฒนธรรมที่เป็นปัจจัยแนวทางการปฏิบัติขององค์กรที่สมาชิกในองค์กรใช้มาตรฐานในการประเมินต่อคำสั่งต่าง ๆ ที่ควรปฏิบัติและไม่ควรปฏิบัติ  จึงเกิดการอบรมตีกรอบให้แก่องค์กรที่มีการปฏิบัติให้ถูกต้องที่สุดในแนวทางการทำงาน โดยสมาชิกทุกคนต้องรับรู้และร่วมแรงการปฏิบัติงานซึ่งจะนำพาไปสู่ การปฏิบัติที่สอดคล้องกับค่านิยมจนกลายเป็นวัฒนธรรมทางองค์กร รวมถึงการเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องมีค่ากำหนดค่านิยมถือเป็นแกนของวัฒนธรรมขององค์กรเป็น ขั้นตอนแรกจากนั้นจะต้องมีสิ่งสื่อสารค่านิยมให้กายเป็นพฤติกรรมของคนในองค์ก รจะต้องมีแรงเสริมสร้างเพื่อบุคลากรทั้งหมดปฏิบัติตามอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นวัฒนธรรมในองค์กรที่สุด โดยค่านิยมนี้มีความเป็นมาตั้งแต่กรมทรัพยากรธรณีโครงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ได้ทรงมีพระบรมราโชวาทการให้มีการประกาศตั้ง  กรมราชโลหกิจและภูมิวิทยา  ขึ้นในกระทรวงเกษตรที่การเมื่อวันที่ 1 มกราคม ร.ศ110   ในต่อมาได้ย้ายสังกัดไปขึ้นกับกระทรวงต่าง ๆ ตามยุคสมัยที่ 6 คือกระทรวงเกษตรราชาธิราช ภายหลังได้มีการปฏิรูประบบราชการเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม  พ.ศ 2545 ของกรมทรัพยากรธรณี หรือวัฒนธรรมขององค์กรเป็นวิถีชีวิตที่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งถูกยึดถือ และปฏิบัติสืบทอดกันมาจนกลายเป็นนิสัยและความเคยชินเป็นขนบธรรมเนียมประเพณีที่เป็นวิถีปฏิบัติ  แต่ปฏิวัติโดยความเชื่อของค่านิยมร่วมทางภาษาวัตถุสิ่งของต่าง ๆ ทำให้คนที่อยู่รวมกันเป็นสังคมอย่างมีระเบียบและมีความสุขสงบเป็นห่วงของวัฒนธรรมออกมา ค่านิยม ในรูปแบบของจริยธรรมตลอดค่าของความนิยมที่ได้ใช้การตัดสินใจ หรือว่าการวินิจฉัยสั่งการตามใจระยะทำขององค์กรถือ เป็นส่วนที่สำคัญอย่างมากทำให้การดำเนินงานขององค์กรก้าวหน้า และส่งผลให้องค์กรนั้น ได้รับความเชื่อถือจากสังคมจึงจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องนำเอาจริยธรรมมาใช้ในการบริหารและการแก้ไขอย่างถูกต้อง เพื่อให้ได้รับความเชื่อถือภาพพจน์ที่ดีในระยะยาวขององค์กร ดูในองค์กรทางเกิดการรวมกลุ่มของคนที่มีระเบียบอย่างที่จัดวางไว้ ถ้าปัจเจกบุคคลจะเห็นได้ว่าบุคคลจะกระทำไปตามเป้าหมายต่าง ๆ เพื่อให้อาศัยอยู่ในส่วนรวมของใจและจิตใจเป็นตัวนำที่เอามากล่าวกันว่าสำเร็จด้วยใจ เมื่อพวกเขาอาศัยอยู่รวมกันแล้วสิ่งที่ผูกความแตกต่างของจิตใจ เรามีให้อยู่ด้วยกันไโดยเฉพาะค่านิยมที่เกี่ยวกับหน่วยงานที่ตนเองนั้นมีวิถีชีวิตอยู่และความสอดคล้องกันได้สิ่งนั้น ๆ คือวัฒนธรรมแต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมจะมีผลกระทบต่อองค์กร โดยเฉพาะในด้านของเทคโนโลยีที่จะสามารถทำให้งานง่ายขึ้นทำให้การทำงานของยุคข้อมูลข่าวสาร หรือยุคโลกาภิวัตน์สามารถที่จะจัดขนาดขององค์กรให้เล็กลง ค่านิยม เริ่มมีการกระจายอำนาจออกไปให้บริการอย่างกว้างขวาง เฉพาะพื้นที่เฉพาะรายเฉพาะด้านชนกลุ่มคนเหล่านี้มีเป้าหมายเฉพาะกลุ่ม อย่างเช่น กลุ่มบัญชีกลุ่มนิติกร กลุ่มบริหารงานบุคคลฯ

ค่านิยม

ประโยชน์ของ ค่านิยม ที่มีต่อบุคลากร

การยอมรับพร้อมที่จะปฏิบัติตามคุณค่าที่คู่ควรว่ากลุ่มคนมีอยู่ต่อสิ่งต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นวัดถูกทางความคิดอุดมคติ ค่านิยม พร้อมทั้งการกระทำทางด้านเศรษฐกิจสังคมสุนทรียภาพ โดยจะมีการประเมินค่าทักษะต่าง ๆ โดยที่ถ้วนรอบคอบ เนื่องจากองค์กรนาน ๆ มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบและการบริหารให้ทันสมัย ต่อเหตุการณ์สภาวะของรูปมากยิ่งขึ้นจึงต้องเตรียมตัว และตื่นตัวสำหรับการเปลี่ยนแปลงถ้าคนในองค์กรขาด คุณภาพก็ไม่สามารถที่จะอยู่ได้ ฉะนั้น แล้ววัฒนธรรมขององค์กรจึงมีการเปรียบเสมือนรากแก่นขององค์กร ซึ่งเป็นตัวผลักดันและขับเคลื่อนในองค์กรก้าวหน้าไปสู่ความสำเร็จตามวิสัยทัศน์ ภารกิจและคุณอายุที่กำหนดเอาไว้ซึ่งคนในองค์กร ต้องดูแลและเสริมสร้างวัฒนธรรมน้ำสอดคล้องกับทิศทางขององค์กรเพื่อนำพาไปสู่ความสำเร็จในอนาคต  

ค่านิยมที่มีประโยชน์ต่อบุคลากร สามารถที่จะปรับตัวให้เข้ากับองค์กรได้ง่ายขึ้น และใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่นมีความสุข เนื่องจากมีแบบแผนทางการปฏิบัติซึ่งวัตถุ ค่านิยม ว่าสิ่งใดถูกว่าสิ่งใดผิดมีคุณค่าหรือว่าไม่มีคุณค่าที่จะทำบุคลากรได้เห็นทิศทาง และเข้าใจแนวทางในการทำงานของคนในองค์กรมากยิ่งขึ้นทำให้งานนั้นบรรลุผลสำเร็จและมุ่งสู่ความก้าวหน้า

สามารถติดตามข่าวสารดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ คลิก>>> arki-online