พื้นฐานทัศนคติที่ดี ต่อสังคมในปัจจุบันต้องการ

พื้นฐานทัศนคติที่ดี   เริ่มต้นจากการประเมินตัวเองก่อนว่าเป็นคนประเภทไหนก็รู้ว่าคุณนั้นตรงกับชีวิตประจำวัน  ไปในทิศทางเดียวกันคุณสมบัติของคนขององค์ก่อน แต่มีทัศนะคติที่ติดลบแน่นอนว่าการทำงานร่วมกันจะค่อนข้างยาก รวมทั้งความรู้สึกและทักษะในการอยู่ร่วมกับสังคมภายนอก  พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเกี่ยวกับส่วนรวมจะแย่ลงดังนั้นด้วยพื้นฐานจะต้องมีความเข้าใจซึ่งกันและกัน  การมีทัศนคติที่ดีมากเป็นคนที่เข้าใจผู้อื่นได้ง่ายรวมถึงพฤติกรรม  

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไม่ดีให้คนที่อยู่รอบข้างไม่ชอบพฤติกรรมเหล่านั้น     ทั้งผู้ที่เป้นฝ่ายรับอารมณ์ยังปฏิบัติต่อคนเหล่านั้นด้วยความใจเย็นและเข้าใจด้วย  ไม่ใช่เอะอะที่จะต่อว่าคนอื่นหรือพูดจาวิจารณ์ต่อหน้า

ควรพิจารณาทั้งที่เราไม่เข้าใจเข้าเลยว่าทำไมถึงแสดงออกแบบนั้น พร้อมที่จะเปิดใจและเข้าใจมุมมอง ของบุคคลอื่นที่มีทัศนคติที่ดีจะเป็นคนที่ไม่แสดงอีโก้และตัวตนของตัวเองอย่างชัดเจนเมื่อคนอื่นทำที่แสดงพฤติกรรมหรือว่าพูดจาไม่เข้าหูมักจะเป็นคนถูกมองว่าคนนั้นผิดไม่ดีไม่น่าคุยด้วยบางทีก็หาว่าเป็นมนุษย์ป้าจอมประสาท   ไม่เคยมองกลับถึงตนเองว่าตัวเองเป็นอย่างนั้นจริง ๆ งั้นหรอ?  คนนี้จัดได้ว่ามีทัศนคติที่ไม่ดี  

พื้นฐานทัศนคติที่ดี

พื้นฐานทัศนคติที่ดี สร้างได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเรา

พื้นฐานทัศนคติที่ดี รวมถึงมีพฤติกรรมที่ชอบจับผิดตลอดเวลาโดยที่คนเรานั้นไม่ได้อยู่ในสถานการณ์เดียวกันหรือสิ่งแวดล้อม ของอีกฝ่ายจึงไม่เข้าใจเธอมุมของคนอื่น  คนที่มีทัศนคติที่ดี ๆ กับเป็นคนที่เข้าใจมักมองกลับไปทำความเข้าใจ ยอมรับความคิดและมุมมองความเชื่อรวมถึงความคิดที่แตกต่างกัน และหันกลับมามองตัวเองว่าถ้าตัวเองมีจุดบกพร่องตรงไหนต้องแก้ไขเช่นกัน ไม่ใช่มัวแต่ชี้นิ้วออกไปให้คนอื่นแก้ไขโดยที่ตัวเองไม่เคยลงมือทำเลย  ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ส่วนตัวอย่างเช่นเหตุผลในการทำงานการพูดคุยกันมากกว่า การใช้อารมณ์เข้าหากัน ระหว่างการทำงานจะใช้หลักการคุยสะมากกว่า ไม่ใช่พอเพื่อนร่วมงานหัวหน้ามาพูดจาไม่เข้าหูก็มีพฤติกรรมที่ไม่ถูกใจ ทำท่าทีสีหน้าและท่าทางไม่เหมาะสมจนทำให้คนอื่นละอายไปตาม ๆ กัน 

บางคนถ้าเป็นเอามาก ๆ ก็ไม่อยากมีใครที่จะทำงานด้วยบางครั้งการทำงานก็ต้องทำร่วมกันเป็นทีมแต่ไม่อยากที่จะพูดคุยในกระทั่งร่วมโต๊ะอาหาร 

หากเราเจอคนที่ทัศนคติที่ไม่ดี พื้นฐานทัศนคติที่ดี ไม่มีการปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นแนะนำให้หลีกเลี่ยงและเราต้องเป็นคนคิดบวกอยู่เสมอเวลาที่พบเจอปัญหาหรืออุปสรรคต่าง ๆ ให้มองโลกในแง่ดีไว้ก่อนมุมมองที่ดีมากจะพลิกผันโอกาสเข้ามาหาเราอยู่เสมอ เพราะใครที่มีอารมณ์ดีสดใสจะดึงดูด  คนที่ทัศนคติที่ดีเข้ามาอยู่เหมือนกัน 

การปรับเปลี่ยนทัศนคติ คือ

1. การยินยอมบุคคลที่สามารถยอมรับสิ่งที่มีอิทธิพลต่อตัวเขาและมุ่งหวังที่จะได้รับความพึงพอใจของบุคคลเหล่านั้น ให้เป็นที่ยอมรับรวมถึงการตัดสินใจก็ทำตามสิ่งที่อยากให้เขากระทำนั้น ไม่ใช่บุคคลที่เห็นแก่ตัวต่อสิ่งนั้นแต่เป็นเพราะคาดหวังที่จะได้ รับรางวัล หรือว่าการยอมรับตัวหน่วยงานและคนในทีม

2. ต้องการที่จะเปลี่ยนแปลง  ภายในของค่านิยมและพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปในลักษณะที่สอดคล้องกับค่านิยมบุคคลที่อยู่ที่เดิม  การอยู่กับที่พร้อมกับพฤติกรรมนั้น ๆ พื้นฐานทัศนคติที่ดี รวมถึงการเปลี่ยนแปลงความคิดพฤติกรรมไม่กระทบต่อบุคคลและสภาพแวดล้อม

3.การเลียนแบบ หรือว่าสิ่งกระตุ้นซึ่งได้รับมาจากบุคคลรอบข้างต้องการที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีอะไรสร้างความพึงพอใจให้กับตัวเองและผู้อื่น

สภาพแวดล้อมเหล่านี้เป็นกระบวนการสื่อสารหรือว่าคุณสมบัติของผู้ส่งสารที่ได้รับเป็นช่องทาง ในการสื่อสารล้วนแล้วแต่มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีทั้งสิ้นขึ้นแล้ว แม้จะจะมีการปรับเปลี่ยนในทางที่ดี ก็สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองในทางที่แย่ได้เหมือนกัน เพียงแค่จะมีการเปิดใจยอมรับสิ่งใหม่ และข้อตำหนิได้หรือไม่?ทำให้เกิดการยอมรับสิ่งใหม่ๆที่ดี อย่างเช่น ความสัมพันธ์   ค่านิยม   บุคคลรอบข้าง

สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่  Click>>> levitra4u

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *