การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สาเหตุจากการเกิด

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  ต้องใช้มาตรการที่เข้มงวดต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศป้องกันความเสียหายในอนาคตได้เพราะเหตุใดอุณหภูมิของโลกนั้นสูงมากยิ่งขึ้นถึง 2 องศาเซลเซียสอาจจะทำให้เกิดผลกระทบต่อเกษตรกร และปัญหาสุขภาพของใครหลาย ๆ คนและนักวิจัยคาดว่ามีการผลิตอาหารและมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมามากกว่า 1 ใน 4 ของก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของโลกและปศุสัตว์กรมประมงปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาถึง 31 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณดังกล่าว เพื่อลดก๊าซคาร์บอนฟุ๊ตบริ้น จึงจำเป็นจะต้องใช้มาตรการที่มีการคุมเข้มต่อการควบคุม รวมถึงในระดับของบุคคลอีกด้วยและในสิ่งที่ดีที่สุดที่แต่ละคนจะต้องทำ เพื่อลดผลกระทบคือรถคือการลด หรือว่างดการบริโภคผลิตภัณฑ์จากสัตว์ซึ่งจะเป็นวัตถุดิบหลักที่ก่อให้เกิดมลพิษมากที่สุด การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศการลดการผลิตของการบริโภคอาหารที่จะทำจาก สัตว์จะช่วยลดการปล่อยแก๊สปล่อยก๊าซมีเทนได้อย่างมากก๊าซมีเทนเป็นส่วนหนึ่ง และข้อกังวลหลัก ๆ ซึ่งจะระบุไว้ในรายงานของ IRPC นอกจากนี้ยังมีปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะส่วนมากแล้วเกิดขึ้นจากการผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิลและภาคปฏิบัตินอกจากนี้ก๊าซมีเทนยังส่งผลกระทบ ในระยะยาวมากกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 25 เท่า เมื่อพูดถึงก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ส่วนใหญ่จะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงที่ดิน อย่างเช่น การตัดไม้ทำลายป่าเพื่อใช้ในการเลี้ยงสัตว์ทำให้เป็นทุ่งหญ้า หรือว่าปลูกพืชอาหารเลี้ยงสัตว์อย่างเช่นถั่วในขณะที่ก๊าซมีเทนส่วนใหญ่เกิดขึ้น 

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สิ่งแวดล้อมที่ไม่สามารถคาดเดาได้

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จากระบบย่อยอาหารของสัตว์ในปศุสัตว์เท่านั้นเนื้อวัวที่มีการผลิตแต่ละกิโลปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 60 กิโลกรัมนั่นก็ คือ ซีกหนึ่งของกิโลกรัมของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 21 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับการผลิตเต้าหู้แล้วจะเป็นแหล่งโปรตีนจากพืช ในน้ำหนักที่เท่ากันและการผลิตเนื้อวัวจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่าเต้าหู้ถึง 20 เท่า ส่วนชีสปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่าเต้าหู้ถึง 7 เท่า การผลิตน้ำนมวัว 1 กิโลกรัม ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่าถึง 2.8 กิโลกรัม ในขณะที่นมถั่วปริมาณเท่ากันปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพียงแค่ 1 กิโลกรัมเท่านั้น และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้หลาย ๆ คนนั้นเกิดความเจ็บป่วยกระทันหันส่งผลกระทบต่อการทำดำเนินชีวิตทั้ง การขาดเรียนลางานเสียหายทั้งเรื่องค่ารักษาพยาบาลที่ไม่สมควรจะเกิดขึ้นด้วยสภาพอากาศเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน เราจึงควรดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยอากาศนี้เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อทั้งร่างกายและจิตใจไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิความชื้น และสภาพแวดล้อมโดยสภาพอากาศก็ส่งผลให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บได้เช่นกัน โรคที่เกิดขึ้นอาจเกิดจากสาเหตุของการเปลี่ยนแปลง โดยตรงอย่างเช่นโรคลมแดดหรือภาวะขาดน้ำ รวมถึงโรคที่เกิดจากสภาพแวดล้อม อย่างเช่น ตาแดง โรคฉี่หนู อาหารเป็นพิษ โรคพิษสุนัขบ้า  เป็นต้น ถ้าหากว่าเรานั้นมีร่างกายที่ไม่แข็งแรงอยู่แล้วอาจจะเกิดการล้มป่วย มากกว่าคนที่ออกกำลังกายและมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง  วิธีการรับมือกับสภาพอากาศที่ร้อนสามารถทำได้ด้วยการรับประทานอาหารที่สุกชื่นสะอาดมีประโยชน์ดื่มน้ำให้เพียงพอทำให้ร่างกายนั้นไม่เกิด การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ภาวะการขาดน้ำเมื่ออยู่ในที่เย็นมีอากาศที่ถ่ายเทควรสวมเสื้อผ้าที่หนา ๆ เพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย

นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งและการสัมผัสแดดความร้อนโดยตรง รวมถึงการสวมหมวกพบแว่นตากันแดดทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงเพียงพอต่อการป้องกันของผิวไม่ให้เกิดการปะทะของแดดได้โดยตรง เพราะเมื่อไหร่ที่เราสัมผัสต่อแดดและสภาพอากาศที่รุนแรงจะทำให้ร่างกายนะเกิดความเจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น  แปลว่าสภาพอากาศที่เรานั้นเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้อยู่แล้ว แต่การดูแลตัวเองให้แข็งแรงอยู่เสมอเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ไม่ว่าอากาศจะเปลี่ยนแปลง ได้รวดเร็วมากน้อยเพียงใดหากเกิดโรคภัยไข้เจ็บที่รุนแรงหรือไม่ สามารถที่จะรักษาตัวเองได้ควรเข้าพบแพทย์เพื่อได้รับการวินิจฉัยต่อโรคและการดูแลอย่างถูกต้อง 

สามารถติดตามข่าวสารสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ คลิก>>> arki-online

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *